ในช่วงวันเสาร์ก่อนจะถึงวัดงาน ได้มีโทรศัพท์จากหน้าห้องผู้บริหารแจ้งว่า..ปีนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพุทธศาสนา มาทำหน้าที่เป็นศาสนพิธีกร ขอให้ไปร่วมเป็นศาสนพิธีกรด้วย..
ผู้เขียนยินดีรับด้วยความเต็มใจ เพราะโอกาสเช่นนี้มีไม่บ่อยหนัก อีกทั้งจะทำให้เราได้มีความรู้ และทักษะในการจัดงานดังกล่าวด้วย และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ช่วยงานราชการในครั้งนี้
ตามความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานราชการต่าง ๆ ควรจะมีหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบด้านศาสนพิธี รัฐพิธี และประเพณีสำคัญ ๆ ของชาติด้วย เท่าที่ผ่านมา พอมีพิธีต่าง ๆ เกิดขึ้น ก็จะต้องไปพึงพาหน่วยงานอื่น หรือบุคลากรภายนอก
ผู้เขียนได้เสนอผู้บริหารเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้รับการสนใจ หากย้อนไปดูหน่วยงานอื่น เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศก็จะมีหน่วยอนุศาสนาจารย์ มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านนี้ ในหน่วยงานพลเรือนเท่าที่ทราบก็จะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ ที่มีตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ ที่ทำหน้าที่ด้านนี้โดยตรง
หลังจากได้รับมอบหมายแล้ว จำเป็นต้องมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการทำพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง จะต้องเรียงลำดับขั้นตอนอย่างไร ตั้งแต่ต้่น จนจบกระบวนการ
และนอกจากนี้จะต้องมีการไปดูพิื้นที่จริง มีการซ้กซ้อมพิธีก่อนจะถึงวันจริง
จากการค้นคว้าในอินเทอร์เน็ด ไม่น่าเชื่อว่ามีบางหน่วยงาน ได้มีการจัดทำคู่มือการทำพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ไว้ด้วยก็มี ในคู่มือได้จัดทำกระบวนงาน ขั้นตอน การทำพิธีอย่างละเอียด พร้อมทั้งยังมีเอกสารการบันทึกการปฏิบัติงานไว้ประกอบการศึกษาอีกด้วย
และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ ได้เดินทางไปดูพื้นที่จริง โดยตรวจสถานที่ศาลาการเปรียญ พระวิหาร พระอุโบสถ ตลอดจนเส้นทางในการเดินเข้าสู่พระอุโบสถอีกด้วย
ผู้เขียนรู้สึกดีใจและแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเคยตั้งใจอยากจะไปกราบหลวงปู่เอี่ยมฯมานานแล้ว แต่ไม่ทราบว่าท่านพำนักอยู่ที่วัดหนังมาก่อน เมื่อได้มาถึงบริเวณวัด ก็ได้เข้าไปกราบสักการะหลวงปู่เอี่ยม ณ วิหารของวัดในครั้งนี้
ในวิหารดังกล่าว ได้จากรึกคาถาพระมงกฎเกล้าไว้ด้านหน้ารูปเหมือนของหลวงปู่เอี่ยมฯไว้ด้วย คาถาดังกล่าวได้เคยท่องมานานแล้ว และใช้ภาวนาในการเดินทางมาตลอด ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มากราบสักการะท่านในชี้วีตนี้ และแถมยังได้มาเป็นศาสนพิธีกรในการทอดถวายพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ด้วย
จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ในชีวิตของตนเองครับ
ประวัติ
วัดหนังราชวรวิหาร สร้างขึ้นประมาณปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏผู้สร้าง วัดนี้เป็นวัดโบราณ เป็นวัดร้างมากว่า 200 ปีแล้ว ตั้งอยู่ ณ ฝั่งขวาหรือนัยหนึ่ง ฝั่งเหนือคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เลขประจำวัด 200 เดิมเป็นวัดราษฎร์ มีสืบมาแต่โบราณ มีนามว่าวัดหนังมาแต่เดิม และได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2460 เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบต่อจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2367 ในสมัยของพระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทำการฉลองวัดหนัง ณ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2380 นั่นเอง การเริ่มสถาปนาคงอยู่ในระหว่าง พ.ศ. 2367 ถึง พ.ศ. 2378 และปรากฏเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบันถึง 9 พระองค์ และเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ พระวิเชียรโมลี (ขวัญชัย นิติสาโร ป.ธ.๙) เริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 สืบต่อจาก พระธรรมศีลาจารย์ (สุกรี สุตาคโม)
การสถาปนาวัด[แก้]
การสถาปนาวัดหนังคงจะอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ไม่ทราบว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ใครบ้างเป็นผู้ดูแลการก่อสร้าง แต่มีปรากฏในพงศาวดารภาคที่ 33 บุพภาคพระธรรมเทศนาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า กรมหมื่นพิทักษ์ทรงเป็นนายด่านทำการจนแล้วสำเร็จ
(จาก..วิกิมีเดีย)



