มีบางคนถามว่า..บางสำนักงานมีงานมาก แต่คนน้อย แต่อีกสำนักงานหนึ่งงานน้อย แต่คนมาก จะทำอย่างไรให้การจัดคนกับงานให้มีความสมดุลหรือสอดคล้องกันกับปริมาณงานที่มีอยู่
ปัญหาดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตก ตั้งแต่ผู้เขียนเข้าทำงานมา ปัญหาคนไม่พอ งบประมาณไม่พอ บ้านพักไม่พอ และเครื่องมืออุปกรณ์ไม่พอก็ยังมีอยู่ตลอดมา
การจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่ทำกัน ๆมา คือ ขอคนเพิ่ม ขอเงินเพิ่ม ขอซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ปีไหนผู้บริหารมีความสามารถก็สามารถไปต่อสู้ หรือของบประมาณได้มาก ก็จะได้อัตรากำลังคนมาเพิ่ม งบประมาณเพิ่ม แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็ยังเป็นปัญหาเรื้อรังตลอดมาเช่นเดิม
บางช่วงเวลา ผู้บริหารบางท่านถึงกับห้ามเด็ดขาดเลยว่า..หากมีการนำเสนอปัญหา/อุปสรรคในการปฏิบัติงาต่อผู้บริหาร ห้ามนำเสนอว่า งานมากคนไม่พอ ไม่มีงบประมาณ และเครื่องมืออุปกรณ์ไม่พอเด็ดขาด...ควรนำเสนอว่า เราจะมีวิธีการหรือบริหารอย่างไร เพื่อให้งานสัมฤทธิ์ผลในกรณีมีข้อจำกัด เรื่องคนไม่เพียงพอ งบประมาณไม่พอ อุปกรณ์ขาด เป็นต้น
ผู้บังคับบัญชาบางคนบางสมัย ต้องใช้เงินเดือนตัวเองจ้างคนงานมาทำงานให้ โดยไม่ต้องพึงงบประมาณ เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มี ก็หาผู้บริจาคให้ เป็นต้น จะทำแผงาน/โครงการไม่มีงบประมาณ ก็ทำงบประมาณขอจากหน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ มาทำ แต่พอผู้บังคับบัญขาคนนั่นย้ายไป ทุกอย่างก็มีปัญหาเดิม ๆ อีก
มีปัญหาว่า..จะทำให้ปริมาณงาน กับ คน มีความสอดคล้องกัน ไ่ม่ได้ยินเสียงบ่นว่า ทำไมหน่วยงานนี้คนน้อย แต่งานมาก หน่วยงานโน้นงานมาก แต่คนน้อย จะทำอย่างไร
บางคนถามว่า..ที่บ่น ๆ มาเป็นความจริงหรือไม่ เราเอาอะไรมาวัด หรือ มาพิสูจน์ว่างานมาก คนน้อย หรืองานน้อย คนมาก พอถามหาปริมาณงานมากเทียบดู ก็ไม่มีข้อมูลให้ ถามว่างานแต่ละเรื่องต้องทำเสร็จภายในกี่วัน ก็ไม่มีคำตอบ กระบวนงานเรื่องนี้ มีกี่ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนใช้เวลาเท่าไหร่ และต้องผ่านใครมั่ง อยากจะให้คำตอบ
ปัญหาเหล่านี้น่าจะเกิดจากสาเหตุ ดังนี้
(๑) ขาดการวางแผนอัตรากำลังทรัพยากรมนุษย์ ว่า สำนักงานนี้มีปริมาณงานเท่าใด ต้องใช้คนจำนวนเท่าใด ปริมาณงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลง หากคดีลดลงจะมีการเกลี่ยอัตรากำลังหรือไม่
(๒) ขาดข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ข้อมูล เรื่องสถิติคดี ข้อมูลเรื่องกระบวนงานที่ชัดเจน เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการอัตรากำลัง จะย้ายใครไปที่สำนักงานใด ควรจะมีข้อมูลพื้นฐาน ในการช่วยตัดสินใจ
(๓) ขาดหน่วยงานที่จะมาทำการประเมินผลงานและวิเคราะห์ปริมาณงาน กับ คน ให้แน่นอน เพื่อให้การบริหารงานคน บริหารงาน ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจะต้องหน่วยงานกลางที่ไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคน จะได้ความเป็นกลาง และมีความเชื่อถือมากกว่า
(๔) ขาดการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อลดขั้นตอน ระยะเวลา ให้การปฏิบัติสะดวก รวดเร็ว และสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน
หากมีการวางแผนอัตรากำลังที่ชัดเจน มีข้อมูลให้กับผู้บริหารในการตัดสิน มีการประเมินผลงานกับคน และนำระบบสารสนเทศมาช่วยในการปฏิบัติงานแล้ว ก็คาดว่าจะทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลง แต่คงไม่อาจจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ยกเว้นจะนำระบบสารสนเทศมาใช้ได้ในทุกกระบวนงานนั่นแหละ เครื่องจะทำงานแทนคนหมด คนจะได้ไม่ต้องมาบ่นกันเสียที...เพราะคนที่บ่น จะตกงานหมด..
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561
วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ดูฟุตบอลโลกได้อะไรบ้าง
บางท่านเห็นคำถามแล้ว คงบอกว่าไม่น่าจะถามเลย รู้ ๆ กันอยู่ ดูแล้วมีความสนุก ได้ลุ้น ตื่นเต้น และบางท่านอาจจะมีการหารายได้จากการดูฟุตบอลครั้งนี้อีกด้วย
หากย้อนถามว่าการดูฟุตบอล ได้สอนบทเรียนให้กับเราเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรในเรื่องใดบ้าง พอที่จะนำมาถอดบทเรียน เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบติงาน
จากการที่ได้ดูมาบ้าง ไม่ได้ดูทุกวัน หรือทุกนัด ก็พอจะได้บทเรียน มาสอนใจตัวเอง หรือนำมาใช้ในการปฏิบัติงานตามที่พอคิดได้ ดังนี้
(๑) ทุกทีมมีเป้าหมาย : ทุกทีมมีเป้าหมายคือต้องการเป็นแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เป้าหมายนี้มีความชัดเจน ที่ทุกคนในทีมมีเป้าหมายเดียวกัน เช่นเดียวกันกับทุกองค์กร จะต้องมีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมาย มีพันธกิจ และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
(๒) ทุกทีมมีการวางแผนเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าว เริ่มตั้งแต่การวางแผนคัดเลือกนักฟุตบอลมาร่วมทีม คัดเลือกหัวหน้าโค้ช การเตรียมตัวฝึกซ้อม การเตรียมร่างกาย และอื่น ๆเปรียบกับองค์กรก็เช่นเดียวกัน ทุกองค์กรจะต้องมีการทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีเช่นเดียวกัน เตรียมคน เตรียมเงินงบประมาณ เครื่องมืออุปกรณ์ และการบริหารจัดการ เช่นกัน
(๓) ทุกทีมมีผู้จัดการทีม เพื่อมาบริหารจัดการทีมฟุตบอลให้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่วางไว้ มีการจัดหาสถานที่ เงินงบประมาณ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว องค์กรก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีผู้บริหารองค์กรเขามาบริหารจัดการองค์กร มีระบบนำองค์กร ระบบกำกับ ควบคุม และระบบติดตามและประเมินผล เพื่อให้ทุกองคาพยพดำเนินการไปตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีที่วางไว้
(๔) ทุกทีมเรียนรู้ ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็งของคู่ต่อสู้ เพื่อรู้เขา รู้เรา ในการเตรียมตัวสำหรับการต่อสู่กับคู่แข่ง องค์กรก็เช่นเดียวกันทุกองค์กรจะต้องมคู่แข่ง หรือคู่เปรียบเทียบในการแข่งขันในการให้บริการแก่ลูกค้า หรือ ผู้มารับบริการ ต้องศึกษาเรียนรู้เกี่ยวองค์กรที่เป็นคู่แข่งด้วย มีผลิตภัณฑ์ มีการให้บริการกับลูกค้าอย่างไร มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร
หากเราดูและพิจารณาเปรียบเทียบไปด้วย ก็จะเกิดความรู้ เกิดปัญญาในการนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน และดำเนินการชีวิตประจำวันเช่นกัน..ทุกที่ หากมองดี ๆ ก็จะมีปัญญา ทุกที หากมองไม่ดี ก็จะมีปัญหา...
หากย้อนถามว่าการดูฟุตบอล ได้สอนบทเรียนให้กับเราเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรในเรื่องใดบ้าง พอที่จะนำมาถอดบทเรียน เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบติงาน
จากการที่ได้ดูมาบ้าง ไม่ได้ดูทุกวัน หรือทุกนัด ก็พอจะได้บทเรียน มาสอนใจตัวเอง หรือนำมาใช้ในการปฏิบัติงานตามที่พอคิดได้ ดังนี้
(๑) ทุกทีมมีเป้าหมาย : ทุกทีมมีเป้าหมายคือต้องการเป็นแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เป้าหมายนี้มีความชัดเจน ที่ทุกคนในทีมมีเป้าหมายเดียวกัน เช่นเดียวกันกับทุกองค์กร จะต้องมีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมาย มีพันธกิจ และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
(๒) ทุกทีมมีการวางแผนเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าว เริ่มตั้งแต่การวางแผนคัดเลือกนักฟุตบอลมาร่วมทีม คัดเลือกหัวหน้าโค้ช การเตรียมตัวฝึกซ้อม การเตรียมร่างกาย และอื่น ๆเปรียบกับองค์กรก็เช่นเดียวกัน ทุกองค์กรจะต้องมีการทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีเช่นเดียวกัน เตรียมคน เตรียมเงินงบประมาณ เครื่องมืออุปกรณ์ และการบริหารจัดการ เช่นกัน
(๓) ทุกทีมมีผู้จัดการทีม เพื่อมาบริหารจัดการทีมฟุตบอลให้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่วางไว้ มีการจัดหาสถานที่ เงินงบประมาณ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว องค์กรก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีผู้บริหารองค์กรเขามาบริหารจัดการองค์กร มีระบบนำองค์กร ระบบกำกับ ควบคุม และระบบติดตามและประเมินผล เพื่อให้ทุกองคาพยพดำเนินการไปตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีที่วางไว้
(๔) ทุกทีมเรียนรู้ ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็งของคู่ต่อสู้ เพื่อรู้เขา รู้เรา ในการเตรียมตัวสำหรับการต่อสู่กับคู่แข่ง องค์กรก็เช่นเดียวกันทุกองค์กรจะต้องมคู่แข่ง หรือคู่เปรียบเทียบในการแข่งขันในการให้บริการแก่ลูกค้า หรือ ผู้มารับบริการ ต้องศึกษาเรียนรู้เกี่ยวองค์กรที่เป็นคู่แข่งด้วย มีผลิตภัณฑ์ มีการให้บริการกับลูกค้าอย่างไร มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร
หากเราดูและพิจารณาเปรียบเทียบไปด้วย ก็จะเกิดความรู้ เกิดปัญญาในการนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน และดำเนินการชีวิตประจำวันเช่นกัน..ทุกที่ หากมองดี ๆ ก็จะมีปัญญา ทุกที หากมองไม่ดี ก็จะมีปัญหา...
ผู้บริหารหาเวลาว่างยาก
ปัจจุบัน ผู้บริหารทุกหน่วยจะมีงานประจำ และงานประชุมจำนวนมากมาย ไม่มีเวลา ที่จะมาจับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะทำอย่างไร
เห็นว่า..บทบาทของผู้บริหารงค์กรแสดงออกได้ 4 บทบาท
(1) กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายขององค์กร และสื่อให้คนในองค์กรมุ่งไปเป้าเดียวกัน
(2) กำกับและควบคุมไปสู่เป้าด้วยการกระจ่ายอำนาจ ตะมีเวลามาจับเคลื่อนองคาพยพให้ไปทิศทางเดียวกัน
(4) มีระบบติดตาม และประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อทราบความก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาในระหว่างทาง
(5) ผู้นำต้องทำและนำเป็นแบบอย่าง
หากทำเช่นนี้ ผู้บริหารจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมาย จะมีเวลามากขึ้น เพื่อผลิตงานไปแข่งขันกับองค์กรอื่น
เห็นว่า..บทบาทของผู้บริหารงค์กรแสดงออกได้ 4 บทบาท
(1) กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายขององค์กร และสื่อให้คนในองค์กรมุ่งไปเป้าเดียวกัน
(2) กำกับและควบคุมไปสู่เป้าด้วยการกระจ่ายอำนาจ ตะมีเวลามาจับเคลื่อนองคาพยพให้ไปทิศทางเดียวกัน
(4) มีระบบติดตาม และประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อทราบความก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาในระหว่างทาง
(5) ผู้นำต้องทำและนำเป็นแบบอย่าง
หากทำเช่นนี้ ผู้บริหารจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมาย จะมีเวลามากขึ้น เพื่อผลิตงานไปแข่งขันกับองค์กรอื่น
เครียดทำไง
บ่อยครั้งที่เราเกิดอาการเครียด ทำให้เกิดอาการหงุดหงิด มีอาการปสดหัววิ่งเวียนศีรษะ หน้ามืด บางครั้งถึงกับมีอาการปวดท้อง อาการเหล่านี้ล้วนเกิดจากอาการเครียด เราจะแก้ไขอย่างไร
ผู้เขียนได้ใช้วิธีแก้ไขดังนี้
(1) เปลี่ยนความคิดเสีย หากเราเครียดในเรื่องใด พยายมเปลี่ยความคิดให้ไปคิดเรื่อวอื่น แรกๆ อาจจะยากหน่อย ต้องพยายามฝึกทำบ่อยๆ ต้องใช้เวลา ทำบ่อย ๆ ก็เกิดทักษะ เกิดความชำนาญเอง
(2) หาเวลาออกกำลังกาย จะเดิน จะวิ่ง หรือทำงานบ้สนก็ได้ ทำให้เกิดอาการเหนื่อย มีเหงื่อออกมากมา จะทำให้อาการเครียดดังกล่าวลดน้อยถอยห่างไป มีงานอย่างหนึ่งที่ค้นพบว่าทำให้หายเครีดอย่างดีคือ...การทำความสะอาดห้องน้ำ... ไม่เชื่อท่านลองไปดู...
(3) หาเวลาสวดมนต์ ไหว้พระ วิธีนี้ทำให้ท่านหายเครียด อย่างแน่นอนช่วงสวดมนต์ แรกๆ อาจจะมีอาการปวดหัว ปวดขมับ หาดสวดต่อไปเรื่อยอาการก็จะหายเอง
หากเครียดคราใด ไม่รู้จะทำเยี่ยงใด ให้ลองนำวิธีดังกล่าวไปฝึกทำดู ผลเป็นประการใด อย่าลืมส่งผลบุญให้ด้วยครับ...สาธุ
ผู้เขียนได้ใช้วิธีแก้ไขดังนี้
(1) เปลี่ยนความคิดเสีย หากเราเครียดในเรื่องใด พยายมเปลี่ยความคิดให้ไปคิดเรื่อวอื่น แรกๆ อาจจะยากหน่อย ต้องพยายามฝึกทำบ่อยๆ ต้องใช้เวลา ทำบ่อย ๆ ก็เกิดทักษะ เกิดความชำนาญเอง
(2) หาเวลาออกกำลังกาย จะเดิน จะวิ่ง หรือทำงานบ้สนก็ได้ ทำให้เกิดอาการเหนื่อย มีเหงื่อออกมากมา จะทำให้อาการเครียดดังกล่าวลดน้อยถอยห่างไป มีงานอย่างหนึ่งที่ค้นพบว่าทำให้หายเครีดอย่างดีคือ...การทำความสะอาดห้องน้ำ... ไม่เชื่อท่านลองไปดู...
(3) หาเวลาสวดมนต์ ไหว้พระ วิธีนี้ทำให้ท่านหายเครียด อย่างแน่นอนช่วงสวดมนต์ แรกๆ อาจจะมีอาการปวดหัว ปวดขมับ หาดสวดต่อไปเรื่อยอาการก็จะหายเอง
หากเครียดคราใด ไม่รู้จะทำเยี่ยงใด ให้ลองนำวิธีดังกล่าวไปฝึกทำดู ผลเป็นประการใด อย่าลืมส่งผลบุญให้ด้วยครับ...สาธุ
องค์กรที่ดีเป็นอย่างไร
หน่วยงานทุกหน่วยงาน ต้องการเป็นองค์กรที่ดี มีสมรรถนะสูง ก็มีปัญหาถามว่า...องค์กรที่ดีเป็นอย่างไร?
และจะทำอย่างไร จึงจะเป็นองค์กรที่ดีได้
จากการสืบค้นจากเอกสารต่าง ๆ มีหลายนักคิด หลายสำนักต่างก็ให้ความคิดเห็นไปแนวทางเดียวกัน อาจจะแตกต่างเนื้อหาไปกันบ้าง แต่ก็พอจะสรุปองค์ประกอบขององค์กรที่ดีได้ ดังนี้
(๑) องค์กรที่ดีต้องมีเป้าหมายชัดเจน กล่าวคือจะต้องมีวิสัยทัศน์ ค่านิยม เป้าหมาย และมีวัฒนธรรมที่เข็มแข็ง
(๒) องค์กรที่ดีจะต้องสายการบังคับบัญชาสั้น ไม่มีสายการบังคับบัญชาที่ยึดยาว เพราะทำให้การทำงานอืด ล่าช้า งานต้องผ่านหลายโต็ะ หลายคน หลายขั้นตอน การสั่งการเกิดความล่าช้าไม่ทันการณ์
(๓) องค์กรที่ดีต้องข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องคน งาน เงิน อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ และระบบสารสนเทศพร้อมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการให้บรรลุวสัยทัศน์ขององค์กร
(๔) องค์กรที่ดี ต้องมีกระบวนการบริหารจัดการที่ดิ มีระบบนำองค์กร การกำกับ ระบบควบคุม ระบบประเมินผล และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี
(๕) องค์กรที่ดีต้องมีการสื่อสารและ ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรได้รับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำในการเดินทางไปสู่เป้าหมายเดียวกัน... ทุกคนต้องพูดภาษาเดียวกัน...
(๖) องค์กรที่ดี บุคลากรขององค์กรจะต้องทำงานกันเป็นทีม ร่วมคิด แยกกันทำ หรือทำกันเป็นทีม เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน...ทุกคนเดินบนเส้นทางเดียวกัน...ไม่ใช่ดังแล้วแยกทาง...
(๗) การทำงานของคนในองค์กร จะต้องเน้นงานที่เกิดคุณค่า และมีผลกระทบต่อองค์กรเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อถือจากลูกค้า หรือ ผู้รับบริการเป็นสำคัญ...เล็กๆ ไม่ แต่ใหญ่ๆ เราทำ...
หากองค์กรใดมีองค์กรประกอบดังกล่าว ก็เชื่อได้ว่าจะเป็นองค์กรที่ดี มีสมรรถนะสูง เป็นแน่แท้
และจะทำอย่างไร จึงจะเป็นองค์กรที่ดีได้
จากการสืบค้นจากเอกสารต่าง ๆ มีหลายนักคิด หลายสำนักต่างก็ให้ความคิดเห็นไปแนวทางเดียวกัน อาจจะแตกต่างเนื้อหาไปกันบ้าง แต่ก็พอจะสรุปองค์ประกอบขององค์กรที่ดีได้ ดังนี้
(๑) องค์กรที่ดีต้องมีเป้าหมายชัดเจน กล่าวคือจะต้องมีวิสัยทัศน์ ค่านิยม เป้าหมาย และมีวัฒนธรรมที่เข็มแข็ง
(๒) องค์กรที่ดีจะต้องสายการบังคับบัญชาสั้น ไม่มีสายการบังคับบัญชาที่ยึดยาว เพราะทำให้การทำงานอืด ล่าช้า งานต้องผ่านหลายโต็ะ หลายคน หลายขั้นตอน การสั่งการเกิดความล่าช้าไม่ทันการณ์
(๓) องค์กรที่ดีต้องข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องคน งาน เงิน อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ และระบบสารสนเทศพร้อมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการให้บรรลุวสัยทัศน์ขององค์กร
(๔) องค์กรที่ดี ต้องมีกระบวนการบริหารจัดการที่ดิ มีระบบนำองค์กร การกำกับ ระบบควบคุม ระบบประเมินผล และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี
(๕) องค์กรที่ดีต้องมีการสื่อสารและ ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรได้รับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำในการเดินทางไปสู่เป้าหมายเดียวกัน... ทุกคนต้องพูดภาษาเดียวกัน...
(๖) องค์กรที่ดี บุคลากรขององค์กรจะต้องทำงานกันเป็นทีม ร่วมคิด แยกกันทำ หรือทำกันเป็นทีม เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน...ทุกคนเดินบนเส้นทางเดียวกัน...ไม่ใช่ดังแล้วแยกทาง...
(๗) การทำงานของคนในองค์กร จะต้องเน้นงานที่เกิดคุณค่า และมีผลกระทบต่อองค์กรเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อถือจากลูกค้า หรือ ผู้รับบริการเป็นสำคัญ...เล็กๆ ไม่ แต่ใหญ่ๆ เราทำ...
หากองค์กรใดมีองค์กรประกอบดังกล่าว ก็เชื่อได้ว่าจะเป็นองค์กรที่ดี มีสมรรถนะสูง เป็นแน่แท้
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561
การประชุมอนุกรรมการปฏิรูป
เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ คณะอนุกรรมการปฏิรูปองค์การสำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการ ณ หอ้งประชุม ๗๐๑ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการขับเคลื่อนกระบวนการและการจัดการ และคณะทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์การประชุมในครั้งนี้
ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบเค้าโครงแผนปฏิรูปองค์การ และปฎิทินการทำงานของคณะทำงาน นอกจากนี้ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย โดยเฉพาะการทำงานที่ซ้ำซ้อนของหลายคณะทำงาน ซึ่งมีหลายคณะ จะทำอย่างไรการทำงานจึงจะเป็นเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ผู้บริหารยังให้ความห่วงใย และอยากให้บุคลากรทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิรูปในครั้งนี้
คณะทำงานจึงได้มีการเผยแพร่เค้าโครงและประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในหน่วยงานทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเสนอแนะ ผ่านทางออนไลน์ ผ่านตัวแทนคณะอนุกรรมการที่ได้รับการคัดเลือก ส่งเอกสารผ่านทางอีเมล์ของสำนักงาน ละผ่านทางการประชุมกลุ่มของหน่วยงานที่ได้จัดขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ทางสำนักงานฯได้มีหนังสือเวียนแจ้งให้หน่วยงานในสังกัด ได้เผยแพร่เค้าโครงให้บุคลากรได้อ่าน ทำความเข้าใจ ได้เสนอความคิดเห็น เสนอแนะประเด็นต่าง ๆ ส่งไปยังเลขานุการคณะทำงาน เพื่อจะได้รวบรวมประเด็นต่างๆ จัดเป็นหมวดหมู่ นำเสนอให้คณะทำงานได้นำไปพิจารณาประกอบการจัดทำแผนต่อไป
ส่วนฝ่ายเลขานุการ ได้มีการแบ่งงานกันทำ รับผิดชอบแต่ละประเด็น ในการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวในครั้งนี้
บุคลากรทุกคน ควรร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมกันทำ ร่วมเสนอแนะ เพื่อพัฒนาองค์กรของเรา ให้เป็นองค์กรที่ดีมีสมรรถนะสูง และมีความยั่งยืนสืบไป
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการขับเคลื่อนกระบวนการและการจัดการ และคณะทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์การประชุมในครั้งนี้
ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบเค้าโครงแผนปฏิรูปองค์การ และปฎิทินการทำงานของคณะทำงาน นอกจากนี้ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย โดยเฉพาะการทำงานที่ซ้ำซ้อนของหลายคณะทำงาน ซึ่งมีหลายคณะ จะทำอย่างไรการทำงานจึงจะเป็นเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ผู้บริหารยังให้ความห่วงใย และอยากให้บุคลากรทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิรูปในครั้งนี้
คณะทำงานจึงได้มีการเผยแพร่เค้าโครงและประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในหน่วยงานทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเสนอแนะ ผ่านทางออนไลน์ ผ่านตัวแทนคณะอนุกรรมการที่ได้รับการคัดเลือก ส่งเอกสารผ่านทางอีเมล์ของสำนักงาน ละผ่านทางการประชุมกลุ่มของหน่วยงานที่ได้จัดขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ทางสำนักงานฯได้มีหนังสือเวียนแจ้งให้หน่วยงานในสังกัด ได้เผยแพร่เค้าโครงให้บุคลากรได้อ่าน ทำความเข้าใจ ได้เสนอความคิดเห็น เสนอแนะประเด็นต่าง ๆ ส่งไปยังเลขานุการคณะทำงาน เพื่อจะได้รวบรวมประเด็นต่างๆ จัดเป็นหมวดหมู่ นำเสนอให้คณะทำงานได้นำไปพิจารณาประกอบการจัดทำแผนต่อไป
ส่วนฝ่ายเลขานุการ ได้มีการแบ่งงานกันทำ รับผิดชอบแต่ละประเด็น ในการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวในครั้งนี้
บุคลากรทุกคน ควรร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมกันทำ ร่วมเสนอแนะ เพื่อพัฒนาองค์กรของเรา ให้เป็นองค์กรที่ดีมีสมรรถนะสูง และมีความยั่งยืนสืบไป
การจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์
เราจะทำข่าวประชาสัมพันธ์ให้ได้ผลจะทำอย่างไร?
เป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำข่าวจะต้องคิดและหาคำตอบ เพื่อจะนำมาเป็นแนวทางในการจัดทำข่าว
ในอดีตที่เคยทำหน้าที่นี้มา ทำให้ต้องย้อนกลับไปถึงงานที่เคยทำมา และสังเกตุกับข่าวที่เคยได้ทำไปและมีผู้คนสนใจมากพอสมควร การจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ที่ดี น่าจะมีองค์ประกอบดังนี้
(๑)หัวข้อข่าว คนอ่านเห็นหัวข้อพาดหัวแล้วจะต้องโดนใจ เราจะต้องเลือกหัวข้อที่คนอ่านเห็นแล้วอยากจะรู้ อยากจะติดตาม ว่ามันคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร
(๒) ข่าวดังกล่าวจะต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาด้วย กล่าวคือ เขาอ่านแล้วเขาจะได้อะไร มีประโยชน์ตรงไหน
(๓) เนื้อหา การลงเนื้อหาควรจะกระชับ อ่านง่าย ไม่ต้องใช้ศัพท์ที่อ่านแล้วจะต้องตีความ หรือใช้ภาษาทางราชการเกินไป นอกจากนี้ในเนื้อหา ควรจะมีคำตอบในตัวว่า ข่าวนี้ใครทำอะ ทำทำไม ทำที่ไหน ทำอย่างไร ทำไปเพราะอะไร เพื่อผู้อ่านจะได้รับทราบ และติดตาม และรู้คำตอบ
(๓) การสรุปท้ายของข่าว ควรจะบอกด้วยว่าคนอ่านแล้วควรทำอย่างไร อ่าน เพื่อให้ความรู้ ให้ความคิดเห็น หรือให้ทราบความเคลื่อนไหว หรือเพื่อ....
นอกจากหัวข้อ เนื้อหา และคำสรุปแล้ว การใส่แสงสีในหัวเอกสารที่ทำเป็นชื่อเอกสารข่าวก็มีความสำคัญ เพราะบ่งบอกถึงการสื่อความหมาย และแหล่งที่มาของผู้จัดทำข่าว ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่างไร
อย่างไรก็ตาม คนอ่านข่าว ส่วนใหญ่เมื่ออ่านแล้ว ควรจะได้อะไรจากข่าวดั่งกล่าว เพื่อทำให้คนอ่านเกิดความคิดพิจารณา และต่อยอดในอนาคตต่อไป
เป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำข่าวจะต้องคิดและหาคำตอบ เพื่อจะนำมาเป็นแนวทางในการจัดทำข่าว
ในอดีตที่เคยทำหน้าที่นี้มา ทำให้ต้องย้อนกลับไปถึงงานที่เคยทำมา และสังเกตุกับข่าวที่เคยได้ทำไปและมีผู้คนสนใจมากพอสมควร การจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ที่ดี น่าจะมีองค์ประกอบดังนี้
(๑)หัวข้อข่าว คนอ่านเห็นหัวข้อพาดหัวแล้วจะต้องโดนใจ เราจะต้องเลือกหัวข้อที่คนอ่านเห็นแล้วอยากจะรู้ อยากจะติดตาม ว่ามันคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร
(๒) ข่าวดังกล่าวจะต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาด้วย กล่าวคือ เขาอ่านแล้วเขาจะได้อะไร มีประโยชน์ตรงไหน
(๓) เนื้อหา การลงเนื้อหาควรจะกระชับ อ่านง่าย ไม่ต้องใช้ศัพท์ที่อ่านแล้วจะต้องตีความ หรือใช้ภาษาทางราชการเกินไป นอกจากนี้ในเนื้อหา ควรจะมีคำตอบในตัวว่า ข่าวนี้ใครทำอะ ทำทำไม ทำที่ไหน ทำอย่างไร ทำไปเพราะอะไร เพื่อผู้อ่านจะได้รับทราบ และติดตาม และรู้คำตอบ
(๓) การสรุปท้ายของข่าว ควรจะบอกด้วยว่าคนอ่านแล้วควรทำอย่างไร อ่าน เพื่อให้ความรู้ ให้ความคิดเห็น หรือให้ทราบความเคลื่อนไหว หรือเพื่อ....
นอกจากหัวข้อ เนื้อหา และคำสรุปแล้ว การใส่แสงสีในหัวเอกสารที่ทำเป็นชื่อเอกสารข่าวก็มีความสำคัญ เพราะบ่งบอกถึงการสื่อความหมาย และแหล่งที่มาของผู้จัดทำข่าว ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่างไร
อย่างไรก็ตาม คนอ่านข่าว ส่วนใหญ่เมื่ออ่านแล้ว ควรจะได้อะไรจากข่าวดั่งกล่าว เพื่อทำให้คนอ่านเกิดความคิดพิจารณา และต่อยอดในอนาคตต่อไป
จะทำให้พนักงานทำงานให้กับองค์กรอย่างทุ่มเทได้อย่างไร?
ในช่วงนี้ทุกหน่วยงานต้องการปฏิรูปองค์กรตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เป็นองค์กร ๔.๐ จึงมีการนำเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรภายในได้แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะประเด็นต่าง ๆ นำไปประกอบในการพิจารณาจัดทำแผน
ประเด็นหนึ่งที่กำลังสอบถามกันมีว่า...จะทำอย่างไรให้พนักงานทุ่มเทการทำงานให้กับองค์กร...
เห็นว่า การที่จะให้บุคลากร มีจิตใจที่จะทำงานทุ่มเทให้กับองค์กรนั่น องค์กรควรจะมีองค์ประกอบดังนี้
(๑) องค์กรจะต้องมีการกำหนดเส้นทางสายอาชีพของแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน เมื่อเข้าทำงานในองค์กรนี้แล้ว อนาคตข้างหน้าจะก้าวหน้าไปถีงระดับไหน อย่างไร เพราะทุกคนต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเอง สามารถกำหนดเป้าหมายของชีวิตในอาชีพดังกล่าวได้
(๒) องค์กรไม่ควรมระบบเส้นสาย(ระบบอุปถัมภ์) หรือเด็กของใคร เพราะการมีระบบดังกล่าว จะส่งผลให้ผู้ทำงานด้วยความทุ่มเทหมดกำลังใจ เพราะทำไปก็ไม่มีผล สู้ไปเอาใจหรือดูแลเจ้านายดีกว่า
(๓) ผลงานและความสามารถ คนที่ทำงานด้วยทุ่มเทจะต้องมีระบบการประเมินและวัดผลงานที่มีมาตรฐาน เที่ยงตรง และตรวจสอบได้ สามารถนำผลงานความสามารถดังกล่าวประกอบการขึ้นเงินเดือน บำเหน็จความดีความชอบได้จริง
(๓) ความเป็นธรรม จะต้องมีให้กับคนทุี่ทำงานจริง ทำงานหน้าที่เดี่ยวกัน เข้าพร้อมกัน คุณสมบัติเช่นเดียวกัน ผลตอบแทน ความก้าวหน้า ไม่ควรจะห่างกันมาก
สี่งเหล่านี้ หากองค์กรใดมีครบองค์ประกอบ จะมีส่วนทำให้พนักงานในองค์กร มีความรักภักดีต่อองค์กร และจะทำงานให้กับองค์กรด้วยความรัก และความทุ่มเทครับ
ประเด็นหนึ่งที่กำลังสอบถามกันมีว่า...จะทำอย่างไรให้พนักงานทุ่มเทการทำงานให้กับองค์กร...
เห็นว่า การที่จะให้บุคลากร มีจิตใจที่จะทำงานทุ่มเทให้กับองค์กรนั่น องค์กรควรจะมีองค์ประกอบดังนี้
(๑) องค์กรจะต้องมีการกำหนดเส้นทางสายอาชีพของแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน เมื่อเข้าทำงานในองค์กรนี้แล้ว อนาคตข้างหน้าจะก้าวหน้าไปถีงระดับไหน อย่างไร เพราะทุกคนต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเอง สามารถกำหนดเป้าหมายของชีวิตในอาชีพดังกล่าวได้
(๒) องค์กรไม่ควรมระบบเส้นสาย(ระบบอุปถัมภ์) หรือเด็กของใคร เพราะการมีระบบดังกล่าว จะส่งผลให้ผู้ทำงานด้วยความทุ่มเทหมดกำลังใจ เพราะทำไปก็ไม่มีผล สู้ไปเอาใจหรือดูแลเจ้านายดีกว่า
(๓) ผลงานและความสามารถ คนที่ทำงานด้วยทุ่มเทจะต้องมีระบบการประเมินและวัดผลงานที่มีมาตรฐาน เที่ยงตรง และตรวจสอบได้ สามารถนำผลงานความสามารถดังกล่าวประกอบการขึ้นเงินเดือน บำเหน็จความดีความชอบได้จริง
(๓) ความเป็นธรรม จะต้องมีให้กับคนทุี่ทำงานจริง ทำงานหน้าที่เดี่ยวกัน เข้าพร้อมกัน คุณสมบัติเช่นเดียวกัน ผลตอบแทน ความก้าวหน้า ไม่ควรจะห่างกันมาก
สี่งเหล่านี้ หากองค์กรใดมีครบองค์ประกอบ จะมีส่วนทำให้พนักงานในองค์กร มีความรักภักดีต่อองค์กร และจะทำงานให้กับองค์กรด้วยความรัก และความทุ่มเทครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)