วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ผู้นำ:ในเหตุการณ์ถ้ำหลวง

แม้เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปนานแล้ว แต่บทเรียนจากเหตุการณ์ดั่งกล่าว ยังมีหลากหลาย และนำออกมาเผยแพร่ผ่านเสื่อหลายแขนง และบทเรียนหนึ่งอ่านแล้ว สะท้อนภาวะความเป็นผู้นำของผู้ควบคุมเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี หากนำมาเผยแพร่ให้คนได้อ่านและคิดก็จะเกิดประโยชน์มิใช่น้อย จึงขออนุญาตนำบทความดังกล่าวมาบันทึกไว้ ณ ที่นี่ ขอขอบคุณผู้เขียนบทความนี้ไว้เป็นอย่างสูงครับ!!!

ถ้ำหลวง กับสิ่งที่ผู้นำควรเรียนรู้จากผู้ว่าฯ เชียงราย
.
หากเปรียบภารกิจค้นหา 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายเป็นการทำงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืองานมหาโหดโคตรหิน
.
ลองคิดภาพตามนะครับ งานนี้ต่อสู้กับภัยธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ ต้องทำอย่างเร่งด่วนระดับเสี้ยววินาทีแข่งกับเดดไลน์คือ 13 ชีวิตเป็นเดิมพัน ต้องบริหารทีมงานจากหลายที่มาหลากเชื้อชาติกว่า 10,000 คน ท่ามกลางความกดดันของสายตาที่จับจ้องจากทั่วโลกหลายร้อยล้านคน ภายใต้ข้อมูลมหาศาลแสนสับสนที่สื่อมวลชนรายงานออกไป
.
ใครเป็นผู้บริหาร บอกได้คำเดียวว่านี่คืองานระดับ The Impossible Job!
.
แต่แล้วเราก็ได้เห็นนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มาเป็นผู้บังคับบัญชาการ ซึ่งเหตุผลที่ท่านเป็นผู้สั่งการสูงสุดของภารกิจนี้ แทนที่จะเป็นหน่วยงานอื่นๆ อย่างทหารหรือตำรวจ เพราะตามกฎหมายเมื่อจังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติ ผู้ว่าฯ จะรับหน้าที่บัญชาการโดยปริยาย ซึ่งเชียงรายประกาศภัยพิบัตินับตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุแล้ว
.
ช่วงแรกผมยังแปลกใจกับความตรงไปตรงมา เอาจริงเอาจัง ทุ่มเทตลอด 24 ชั่วโมงของท่าน แต่พอนานเข้าผมเริ่มเห็นวิธีคิดในการบริหารงานที่น่าสนใจมาก
.
ในฐานะคนที่ดูการแถลงข่าวของท่านทุกวัน ท่านเป็นคนคิดเป็นระบบ เด็ดขาด และพูดกระชับชัดเจน เหมือนฟังซีอีโอบริษัทใหญ่ๆ แสดงวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ประจำปี ทุกครั้งท่านจะเน้นย้ำเป้าหมายสำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยแจกแจงแนวทางการช่วยเหลือที่มากล้นออกเป็นข้อๆ เข้าใจง่าย พร้อมสรุปความคืบหน้าแต่ละแนวทางอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือไม่กลัวที่จะต่อว่าหรือตักเตือนคนที่ออกนอกลู่นอกทาง แถมยังปิดจบด้วยมุมมองเชิงบวก
.
ผมลองลงรายละเอียดการบริหารของผู้ว่าฯ คนนี้เท่าที่สังเกตเห็นครับ
.
1. เป้าหมายชัด-action plan ชัด
.
ภารกิจนี้มีแผนงานชัดเจนมาก อธิบายสั้นๆ แปบเดียวก็เข้าใจ ท่านให้สัมภาษณ์ทุกวันว่าแผนการมีแค่ 4 แนวทาง โดยจัดลำดับชัดว่า ทางหลัก-สูบน้ำออกเปิดทางซีลเข้าพื้นที่ ทางรอง-หาโพรงหรือปล่อง ทางเลือก1-เจาะผนังถ้ำ และทางเลือก2-ขยายปลายถ้ำ โดยจะย้ำหนักแน่นว่าการสูบน้ำเปิดทางให้หน่วยซีลเข้าถึงตัวน้องๆ คือแนวทางที่สำคัญที่สุด ในขณะที่แนวทางอื่นก็ไม่เคยทิ้ง แต่ทำงานคู่ขนานกันไป
.
action plan ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ทำให้แบ่งหน้าที่และหัวหน้าที่รับผิดชอบแต่ละแนวทางง่ายขึ้น การสื่อสารก็ทำได้สะดวก ความคืบหน้าแต่ละแนวทางในแต่ละวันจึงกระชับมาก ทำได้แค่ไหน หรือทำไม่ได้เพราะอุปสรรคอะไร ลองฟังท่านสรุปแต่ละวันดูนะครับ จะเห็นภาพเลย
.
ระบบอีกอย่างที่เห็นชัดมากคือ การลงทะเบียนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานหลายพันคน ใครขึ้นตรงต่อใครต้องรายงานหัวหน้างานคนนั้น ใครไม่ลงทะเบียนห้ามเข้า มีการเซ็นชื่อเข้าออกทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกหล่น และทำงานทับซ้อนกัน
.
2. ทดลอง เรียนรู้ และทำซ้ำ
.
ที่ผมชอบที่สุดคือ การซักซ้อมการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยในวันเสาร์ที่ผ่านมา ฟังดูอาจจะเฉยๆ แต่ผมคิดว่าเราไม่ได้เห็นการทำงานอย่างเป็นระบบรอบคอบแบบนี้มากนักในประเทศไทย ท่านให้เหตุผลที่ต้องซ้อมเพราะตอนนี้คนเอาแต่คิดว่าต้องหาให้เจอ แต่ท่านมองข้ามช็อตว่า ถ้าเจอจริงๆล่ะ เราต้องทำอย่างไร เราดูแลน้องๆให้ปลอดภัยได้ไหม
.
อุตส่าห์เจอน้องๆ แต่ถ้าดูแลพวกเขาไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ
.
ท่านสรุปตอนท้ายของวันซ้อมแบบนี้ครับว่า การซักซ้อมดังกล่าวยังเจอปัญหาอยู่ จึงเตรียมที่จะปรับปรุงระบบและจัดระเบียบให้พื้นที่มีความพร้อมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมากขึ้น
.
ที่สำคัญคือ ทีมงานได้ทำการคลิปดำเนินการทั้งหมด เพื่อเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในลักษณะนี้ครั้งแรกในเมืองไทย ทุกหน่วยงานต่างบูรณาการทำงานกันอย่างเต็มที่
.
ย้ำอีกครั้งครับว่า การซ้อมนี้มีการ ถ่ายคลิปเพื่อเป็นบทเรียน บูรณาการการทำงานในครั้งต่อไป ซึ่งล่าสุดรถสื่อมวลชนที่จอดตรงถนนได้ถูกเคลียร์หมดแล้ว เปิดทางให้ขนย้ายน้องๆได้สะดวกหากพบเจอ
.
3. รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับองค์กร
.
Peter F. Drucker ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการชาวอเมริกัน เคยเขียนบทความชื่อ What Makes an Effective Executive โดยบอกว่าผู้บริหารที่บริหารงานได้ประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมีบุคลิกผู้นำแบบที่เราเห็นในหนัง แต่จริงๆ แล้วพวกเขาจะทำงานบนพื้นฐานไม่กี่ข้อเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ตอบตัวเองได้ชัดว่า อะไรที่ต้องทำให้สำเร็จและ อะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับองค์กร
.
ท่านผู้ว่าฯ จะแยกแยะคัดกรองทุกแนวทาง ทุกความช่วยเหลือ ทุกอุปกรณ์ที่ส่งเข้ามาครับว่าอันไหนเหมาะสม อันไหนใช้ได้จริงก็จะใช้ อันไหนไม่ได้ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ ท่านให้สัมภาษณ์อย่างเด็ดขาดบ่อยๆว่า ใครอยากมาก็มาได้ แต่ต้องมาถกหลักการกันก่อน ว่าสิ่งที่นำเสนอมันทำได้หรือไม่ หรือว่าเป็นไอเดียที่จะถ่วงทีมให้ช้าลง ไม่ใช่ว่าคนที่อยากช่วยจะมีประโยชน์ทั้งหมด ตอนนี้ความช่วยเหลือตอนนี้เยอะมาก มีหุ่นยนต์ดำน้ำเป็นสิบจอดรอหน้าถ้ำ แต่มันใช้ไม่ได้ก็คือใช้ไม่ได้
.
การรู้ว่าอะไรดีกับองค์กร ทำให้การทำงานแน่วแน่ ไม่ไขว้เขว ก็อย่างที่ท่านบอกละครับว่า ผมขอบคุณทุกความหวังดีนะครับ แต่บางความช่วยเหลือมันอาจจะไม่เหมาะกับหน้างานจริงๆ
.
4. โฟกัสที่โอกาส มากกว่าปัญหา
.
Peter F. Drucker บอกครับว่าผู้นำที่ดีคือคนที่ไม่ได้แค่แก้ปัญหา แต่พลิกปัญหานั้นเป็นโอกาส ตัวอย่างหนึ่งที่ผมชอบมากของท่านผู้ว่าฯ คือวิธีการจัดการกับปัญหาสื่อนำเสนอข้อมูลกระจัดกระจาย ข่าวมั่วข่าวปลอมเยอะ แทนที่จะไล่ตักเตือนทีละสื่อ ทีมงานของศูนย์ปฏิบัติการดึงหน่วยงานประชาสัมพันธ์เข้ามาช่วยซะเลย แล้วส่งเป็น press release ให้สื่อทุกวัน ส่งแผนที่อินโฟสวยงาม พร้อมกับเปิด LINE account ตัวใหม่ @ข่าวจริงประเทศไทย สำหรับสื่อสาร เป็นการบอกว่าศูนย์กลางของข้อมูลต้องมาจากที่นี่เท่านั้น
.
ปัญหาข่าวมั่วเริ่มหมดไป ด้านนักข่าวส่วนใหญ่ก็ชอบมากครับ เพราะทำให้เข้าใจข้อมูลตรงกัน เชื่อถือได้ และไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรวบรวมข้อมูล เรียกได้ว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว
.
5. เห็นอกเห็นใจ รับฟังปัญหา
.
แม้จะเด็ดขาด ตรงไปตรงมา แต่ผมก็เห็นความเห็นใจของท่านผู้ว่าอยู่บ้างเนืองๆ ท่านบอกว่าตนไปเยี่ยมญาติของน้องๆ ละ 2 ครั้ง เพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหา อยากได้อะไรก็จะจัดมาให้ เช่น กินมังสวิรัติ อยากได้เตียง-ผ้าห่มเพิ่ม หรือจังหวะหนึ่งที่กำลังแถลงข่าวแล้วเกิดฝนตก ท่านก็ถามนักข่าวว่า จะหลบฝนก่อนไหมสร้างความประทับใจให้กับกองทัพสื่อมวลชนได้ไม่น้อย
.
6. ทำให้เห็น ไม่ใช่ดีแต่พูด
.
คำพูดแรกที่สะดุดหูคนทั้งประเทศคือ "ใครที่บอกว่าไม่เสียสละพอที่จะทำงาน ใครจะกลับบ้านไปนอนกับลูกกับเมีย เชิญเซ็นชื่อแล้วออกไปเลย ผมไม่รายงานใครทั้งสิ้น ใครจะทำงาน วันนี้ขอให้พร้อมทุกนาที ให้คิดว่าเขาเป็นลูกเรา"
.
อาจจะฟังดูแรง แต่พอเวลาผ่านไป เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำจริง ใส่ใจ และทุ่มเทขนาดไหน ไม่ใช่ดีแต่พูด
.
มีคนถามว่าทำไมผมต้องมายืนอยู่ตรงนี้ตลอด...มันเหมือนแม่ทัพ รบแล้วเรากำลังจะพ่ายแพ้ เราจะเสียพื้นที่ ถ้าแม่ทัพไม่ยืนอยู่ข้างหน้า ใครจะไปช่วยแม่ทัพรบ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องสู้กันตลอด เราจะเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้ายังไง เราก็จะสู้กันตลอด
.
ผมไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆ ท่านผู้ว่าเป็นคนอย่างไร หรือคนทำงานใกล้ชิดจะคิดกับท่านแบบไหน แต่จากการสังเกตการทำงานตลอดกว่า 10 วันที่ผ่านมา แม่ทัพคนนี้สอนบทเรียนการบริหารงานผมหลายอย่าง
.
คิดให้ชัด
วางแผนให้เคลียร์
ทำงานเป็นระบบ
แล้วทุ่มเททั้งตัวและหัวใจไปกับมัน
.
Photo: 
THE STANDARD
.

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

การจัดทำตัวชี้วัด ปี 2562 (๒)

เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ คณะทำงานกำหนดตัวชี้วัดฯได้ประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม ๓๐๑  ชั้น ๓ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายกร่างกรอบการประเมินประสิทิภาพการปฏิบัติราชการต่อจากวันที่ผ่านมา




วันนี้ที่ประชุม ได้พิจารณาประเด็นที่ ๓ : ปลอดจากการแทรกแซงที่มิชอบ มีจำนวน ๑ ตัวชี้วัด จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำร่างแนวทางและมาตรการในการป้องกันและการแทรกที่มิชอบ โดยให้มีการเสนอร่างดังกล่าวต่อผู้บริหาร จึงจะถือว่าประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ผลการดำเนินงานครบทุกขั้นตอน แต่ขาดเอกสารในส่วนที่เกี่ยวกับการสำรวจความคิดเห็น และที่ประชุมมีมติให้วัดต่อเนื่อง




ประเด็นที่ ๔ : การเคารพ และคุ้มครองสิทธิของประชาชน มีจำนวน ๒ ตัวชี้วัด ที่ประชุมมติให้ยกเลิก จำนวน ๑ ตัวชี้วัด และให้วัดต่อเนื่องจำนวน ๑ ตัวชี้วัด

ประเด็นที่ ๕  : การเข้าถึงความยุติธรรม มีจำนวน ๒ ตัวชี้วัดหลัก และ ๒ ตัวชี้วัดย่อย ที่ประชุมมีมติยกเลิก ๑ ตัวชี้วัดย่อย และวัดต่อเนื่องจำนวน ๒ ตัวชี้วัดที่เหลือ



ประเด็นที่ ๖ :  ความโปร่งใส มีจำนวน ๒ ตัวชี้วัด โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่ ๖.๑ เรื่องการเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการทำงาน ที่ประชุมมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายเลขาฯขอยกเลิกวัดชี้วัดฯดังกล่าว  แต่คณะทำงานได้เสนอแนะควรจะมีการวัดต่อเนื่อง เพราะประเด็นความโปร่งใส เป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรจะต้องมี แต่ควรเปลี่ยนเกณฑ์ และวิธีวัดใหม่ ซึ่งในการประชุมดังกล่าวยังหาข้อยุติไม่ได้ และมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ นำไปยกร่างเกณฑ์มาเสนอคณะทำงานฯในการประชุมครั้งต่อไป

ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการประชุมในครั้งต่อไปในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ อีกครั้ง

จัดทำตัวชี้วัดปี ๒๕๖๒

ตัวชี้วัด หรือการประเมินผลการปฏิบัติราชการ เป็นเครื่องมือทางการบริหารอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนและประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กร ระดับสำนักงาน และระดับบุคคล เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานในรอบปีของแต่ละปี





เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมประชุมยกร่างกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม ๓๐๑ ชั้น ๓ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีท่านพัธนันท์ ชาญกิจ รองอธิบดีอัยการ สนย. เป็นประธานที่ประชุม

ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯตามคำสั่งที่ ๑๘๕๐/๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดตัวชี้วัดและกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณของสำนักงานฯและหน่วยงานในสังกัด



คณะทำงานฯมีอำนาจหน้าที่ในการยกร่างกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการฯ ประกอบด้วย หลักการ และเหตุผล ชื่อตัวชี้วัด หน่วยวัด น้ำหนัก วัตถุประสงค์ คำอธิบาย เกณฑ์การให้คะแนน สูตรคำนวณ เงื่อนไขการประเมิน รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน/วิธีการจัดเก็บข้อมูล แนวทางการประเมิน และหน่วยงานรับผิดชอบ




นอกจากนี้ยังมีอำนาจหน้าที่พิจารณากลั่นกรองรายละเอียดตัวชี้วัด ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะอนุกรรมการกำหนดตัวชี้วัดฯมอบหมาย มีอำนาจเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกำหนดตัวชี้วัดฯ เข้าร่วมประชุม หรือหารือ หรือจัดส่งข้อมูลให้คณะทำงานฯ และสนับสนุนช่วยเหลือการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ

ที่ประชุมได้พิจารณากรอบตัวชี้วัดของปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ในภาพรวม พร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดแต่ละตัวในปีที่ผ่านมา มีผลการดำเนินการเป็นอย่างไร เห็นควรยกเลิก หรือ วัดต่อเนื่อง มีตัวชี้วัดใดที่เกี่ยวข้องกับแผนปฏิรูปองค์การของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.๒๕๖๒ - ๒๕๖๖ บ้าง เพื่อให้คณะทำงานฯได้พิจารณา

ผลการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาตั้งแต่ประเด็นที่ ๑ การทำงานถูกต้อง มีความเที่ยง จำนวน  จำนวน ๔ ตัวชี้วัด เห็นชอบให้วัดต่อเนื่อง คงเกณฑ์เดิม และมีบางประเด็นที่ประชุมให้ฝ่ายเลขาไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของสถิติคดีที่ไม่ตรงกัน และบางตัวชี้วัดจะต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อสือสารให้ผู้ปฏิบัติมีเข้าใจตรงกัน



ประเด็นที่ ๒ การอำนวยความยุติธรรมทางอาญา และการรักษาผลประโยชน์ของรัฐไม่ล่าช้า มีจำนวน ๑๔ ตัวชี้วัด เห็นชอบให้วัดต่อเนื่อง จำนวน ๑๒ ตัว ให้ยกเลิกจำนวน ๑ ตัวชี้วัด  และให้รอหารือก่อนนำมาพิจารณาอีกครั้งจำนวน ๒ ตัวชี้วัด

วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและอภิปรายกันอย่างมาก ตัวชี้วัดบางตัวใช้เวลานานพอสมควร กว่าที่ประชุมจะได้มีมติออกมา คณะทำงานฯแต่ละท่าน ต่างก็มีมุมมองที่แตกต่างกัน จนกว่าจะหาจุดที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน จึงจะลงมติได้

การกำหนดตัวชี้วัด นั่นจะต้องมองได้หลายมุม ทั้งในแง่ของการพัฒนาองค์กร การพัฒนากระบวนงาน การพัฒนาบุคคลากร และอาคารสถานที่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ตัวชี้วัดดังกล่าวจะต้องสะท้อนอัตลักษณ์ที่แท้จริงขององค์กรได้หรือไม่ เพื่อจะได้นำผลการประเมินฯดังกล่าวนำไปปรับปรุงและพัฒนาองค์กร และตัวชี้วัดดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ