ตามที่สำนักงานกิจการยุติธรรม
ร่วมกับ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้กำหนดจัดประชุมทางวิชาการว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ ๑๖ ภายใต้หัวข้อ “ SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก : Peace,Justice
and StrongInstitutions “ในวันศุกร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม Grand Ballroom 2
โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยได้เข้าร่วมประชุมทางวิชาการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการประชุมวิชาการ โดยสรุปดังนี้
เป้าหมายที่ ๑๖ ภายใต้หัวข้อ “ SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก : Peace,Justice
and StrongInstitutions “ในวันศุกร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม Grand Ballroom 2
โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยได้เข้าร่วมประชุมทางวิชาการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการประชุมวิชาการ โดยสรุปดังนี้
๑.พิธีเปิดการประชุม :ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการ และนายวัลลภ
นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน
๒.วัตถุประสงค์
: เพื่อเป็นเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่
๑๖ สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก ทั้งในมิติประเทศไทยและมิติระหว่างประเทศ
การผนวกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐาน
ของการพัฒนาในบริบทประเทศไทย อีกทั้งเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
การผนวกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐาน
ของการพัฒนาในบริบทประเทศไทย อีกทั้งเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
๓. เนื้อหาการประชุม : การประชุมทางวิชาการครั้งนี้
สืบเนื่องมาจาก สำนักงานกิจการยุติธรรม ได้จัดจ้างคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศึกษาวิจัย
เรื่องกระบวนการยุติธรรมและเป้าหมายการพัฒนาทียั่งยืน เป้าหมายที่ ๑๖ ที่สำนักงานกิจการยุติธรรมเป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว
เรื่องกระบวนการยุติธรรมและเป้าหมายการพัฒนาทียั่งยืน เป้าหมายที่ ๑๖ ที่สำนักงานกิจการยุติธรรมเป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว
|
/ร่วมกัน....
|
๑๗ เป้าหมาย
และ ๑๖๙ เป้าประสงค์ ที่ทุกประเทศหวังว่าจะบรรลุให้ได้ร่วมกันภายใน พ.ศ.๒๕๗๓
วาระการพัฒนา ๑๗ เป้าหมายได้แก่
วาระการพัฒนา ๑๗ เป้าหมายได้แก่
๑.เป้าหมายที่ ๑ : ยุติความยากจนทุกรูปแบบและทุกที่
๒.เป้าหมายที่ ๒ : ยุติความหิวโหย
บรรลุความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับโภชนาการและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน
๓.เป้าหมายที่ ๓ : สร้างหลักประกันการมีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกวัย
๔.เป้าหมายที่ ๔ : สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียมและสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
๕.เป้าหมายที่ ๕ : บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน
๖.เป้าหมายที่ ๖ : สร้างหลักประกันให้มีน้ำใช้
และมีการบริหารจัดการน้ำและ
การสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน
การสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน
๗.เป้าหมายที่ ๗ : สร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้
เชื่อถือได้ และยั่งยืน
๘.เป้าหมายที่ ๘ : ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง
ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างานเต็มที่และมีผลิตภาพ
และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน
๙.เป้าหมายที่ ๙ : สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความต้านทานและยึดหยุ่น
ต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืนและส่งเสริมนวัตกรรม
ต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืนและส่งเสริมนวัตกรรม
๑๐.เป้าหมายที่ ๑๐ : ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ
๑๑. เป้าหมายที่ ๑๑ : ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความทั่วถึง
ปลอดภัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และยั่งยืน
๑๒.เป้าหมายที่ ๑๒ : สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน
๑๓.เป้าหมายที่ ๑๓: ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ
|
|
ทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
๑๕.เป้าหมายที่ ๑๕ : ปกป้องฟื้นฟูและส่งเสริมการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน
การต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย หยุดยั้งการเสื่อมโทรมของดิน
และหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
๑๖.เป้าหมายที่ ๑๖ : ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมที่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิภาพ
มีความรับผิดชอบ และทุกคนสามารถเข้าถึงในทุกระดับ
๑๗.เป้าหมายที่ ๑๗ : เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
การดำเนินการตามเป้าหมายที่
๑๖ ส่งเสริมสังคมสงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม
และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ ประกอบด้วย ๑๒
เป้าประสงค์
๑.ลดความรุนแรงทุกรูปแบบ
๒.ยุติการแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง
ความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็ก
๓.ส่งเสริมหลักนิติธรรม และการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
๔.ลดการลักลอบเคลื่อนย้ายอาวุธและเงิน รวมถึงต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรม
๕.ลดการทุจริตและการรับสินบนทุกรูปแบบ
๖.พัฒนาสถาบันที่มีธรรมาภิบาล
๗.สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจต่าง ๆ
๘.การมีส่วนร่วมของประเทศที่มีการพัฒนา
๙.กำหนดสถานะทางกฎหมายสำหรับทุกคน
๑๐. สร้างหลักประกันการเข้าถึงข้อมูลและปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
๑๑.เสริมความแข็งแกร่งของสถาบันในการป้องกันความรุนแรงและต่อสู้กับการก่อการร้ายและอาชญากรรม
๑๒. ส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมาย/นโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติ
|
|
ด้านความสงบเรียบร้อยและความยุติธรรม
รัฐบาลได้เห็นชอบกรอบการป้องกันอาชญากรรม มีแนวทาง ๖ ด้าน ได้แก่
๑)
การป้องกันอาชญากรรมโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
๒)
การป้องกันอาชญากรรมโดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
๓)
การป้องกันอาชญากรรมโดยการลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ
๔) การป้องกันอาชญากรรมโดยการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะกระทำผิด
๕)
การป้องกันอาชญากรรมโดยการลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อ
๖) การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรในการป้องกันอาชญากรรม
ด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
โดยให้ความช่วยเหลือผ่านทางกองทุนยุติธรรม การปฏิรูประบบทนายความอาสา
ทนายความขอแรง และที่ปรึกษากฎหมาย
และความร่วมมือกับกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF)
ด้านการค้ามนุษย์
ประเทศไทยได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ
ดำเนินนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์แบบองค์รวม
ไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง
๓.เนื้อหาจากวิทยากร
ภาคเช้า
๓.๑
การบรรยายหัวข้อ “ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ ๑๖ :Peace,Justice and Strong Institution “ จากวิทยากร จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ ดร.เกียรติ อนันต์ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ
และดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสรุปได้บรรยายถึงความเป็นมาและรายละเอียดของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก ทั้งในมิติของประเทศไทยและมิติต่างประเทศ พร้อมทั้ง พูดถึงบทบาทการนำเสนอผลการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับชาติ โดยสมัครใจ และการผนวกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SEP for SDGs) ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า 70 ปี ทั้งนี้ วิทยากรทุกท่านได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเป้าหมายที่ 16 ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะนำพาให้เป้าหมาย SDGs เป้าหมายอื่นๆสำเร็จได้
และดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสรุปได้บรรยายถึงความเป็นมาและรายละเอียดของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก ทั้งในมิติของประเทศไทยและมิติต่างประเทศ พร้อมทั้ง พูดถึงบทบาทการนำเสนอผลการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับชาติ โดยสมัครใจ และการผนวกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SEP for SDGs) ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า 70 ปี ทั้งนี้ วิทยากรทุกท่านได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเป้าหมายที่ 16 ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะนำพาให้เป้าหมาย SDGs เป้าหมายอื่นๆสำเร็จได้
ภาคบ่าย
๓.๒ การเสวนา หัวข้อ “ถอดบทเรียนการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายที่
16 ในบริบทของประเทศไทย”จากวิทยากร จำนวน 4 ท่าน ได้พูดถึงการดำเนินงานของหน่วยงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ 16
ได้แก่
-นายพิเศษ
นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.
ได้พูดถึงการดำเนินการของประเทศในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ซึ่งได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง อาทิการแก้กฎหมายเพิ่มโทษให้เจ้าหน้าของรัฐที่กระทำความผิด
รวมถึงการสร้างสังคมที่ไม่ทน
ต่อการทุจริต (Zero Tolerance) อันเป็นผลให้เห็นได้ตามข่าวที่มีการแจ้งเบาะแสอันนำมา
ซึ่งการตรวจสอบหรือการดำเนินคดีกับผู้บริหารระดับสูงที่ทุจริต เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการนี้สอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.3 หลักนิติธรรม 16.5 การลดทุจริต 16.6 ธรรมภิบาล เป็นต้น
ต่อการทุจริต (Zero Tolerance) อันเป็นผลให้เห็นได้ตามข่าวที่มีการแจ้งเบาะแสอันนำมา
ซึ่งการตรวจสอบหรือการดำเนินคดีกับผู้บริหารระดับสูงที่ทุจริต เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการนี้สอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.3 หลักนิติธรรม 16.5 การลดทุจริต 16.6 ธรรมภิบาล เป็นต้น
- นายสาโรช
นักเบศร์ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ
พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด
ได้พูดถึงการพัฒนาระบบงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก
และบุคคลในครอบครัว โดยเป็น
การนำยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติมา implementation ซึ่งเป็น
การดำเนินการประสานสหวิชาชีพและชุมชนร่วมขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก เน้นไปที่การให้
การคุ้มครองแบบเป็นรูปธรรม ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวนั้น สอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.2
ยุติความรุนแรงต่อเด็ก 16.3 การเข้าถึงความยุติธรรม เป็นต้น
การนำยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติมา implementation ซึ่งเป็น
การดำเนินการประสานสหวิชาชีพและชุมชนร่วมขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก เน้นไปที่การให้
การคุ้มครองแบบเป็นรูปธรรม ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวนั้น สอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.2
ยุติความรุนแรงต่อเด็ก 16.3 การเข้าถึงความยุติธรรม เป็นต้น
-
นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้พูดถึงการดำเนินงานด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของ
ประเทศไทย (Business and Human Rights) ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN guilding principles on business and human rights) 3 เสาหลัก ได้แก่ Protect Respect Remedy ทั้งนี้ ปัจจุบัน กคส. ได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ
ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า NAP โดยให้รัฐวิสาหกิจเป็นต้นแบบในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.3 หลักนิติธรรม 16.10 สิทธิมนุษยชน เป็นต้น
ประเทศไทย (Business and Human Rights) ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN guilding principles on business and human rights) 3 เสาหลัก ได้แก่ Protect Respect Remedy ทั้งนี้ ปัจจุบัน กคส. ได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ
ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า NAP โดยให้รัฐวิสาหกิจเป็นต้นแบบในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.3 หลักนิติธรรม 16.10 สิทธิมนุษยชน เป็นต้น
- นางสาวชลธิช ชื่นอุระ
ผู้แทนจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ได้พูดถึงการอนุวัติข้อกำหนดกรุงเทพ
(Bangkok
rule) ซึ่งว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง
โดย TIJ ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ คัดเลือกเรือนจำต้นแบบที่เป็นไปตามข้อกำหนดกรุงเทพ
ซึ่งปัจจุบันมีเรือนจำต้นแบบ ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 10 แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งสอดคล้องกับเป้าประสงค์ที่ 16.3 หลักนิติธรรม 16.10
สิทธิมนุษยชน เป็นต้น
ทั้งนี้ วิทยากรได้เน้นย้ำว่า การดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการเพิ่มภาระให้หน่วยงาน หากแต่หน่วยงานดำเนินการเรื่องนั้นอยู่แล้ว เพียงนำมาเสนอในกรอบของ SDG เท่านั้น
๔.ประโยชน์ที่ได้รับ:ผู้เข้าร่วมประชุมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ
ที่ประเทศไทยจะต้องดำเนินการตามเป้าหมายทั้ง ๑๗ เป้าหมาย และทราบผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเป้าหมายที่ ๑๖
โดยเฉพาะสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ต้องรับผิดชอบตามเป้าประสงค์ที่ ๑๖.๒
ยุติความรุนแรงต่อเด็ก 16.3 การเข้าถึงความยุติธรรม