จึงได้ให้เจ้าภาพวันเกิดเป็นคนกำหนดวัดเอง โดยลูกสาวอยากไปทำบุญที่วัดอินทราราม และลูกคนกลางอยากไปทำบุญที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ส่วนคนเล็กอยากไปทำบุญที่วัดประยูรวงศาวาส ซึ่งดูแล้วการเดินทางก็จะมีปัญหา เพราะบางวัดอยู่คนละทิศ
คุณแม่เลยจัดการเอง โดยตัดสินใจให้ไปทำบุญที่วัดอินทราราม วัดเอี่ยมวรนิช วัดบวรนิเวศวิหาร และศาลเจ้าพ่อเสือ เสร็จแล้วไปทำบุญที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และยังกำชับลูกอีกว่า...ต้องออกแต่เช้าหน่อย สายมาแดดจะร้อนมาก...
เช้าของวันเสาร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ลูกสาวตื่นแต่เช้าออกเดินทางโดยรถเมล์ประจำทางสาย ๔๙ ไปลงหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วเดินเข้าตามซอยเล็ก ๆ ไปยังวิหารพระยืน วัดอินทราราม คุณแม่พาลูกสาวไปไหว้พระ ปืดทองพระยืน และตักบาตร ๑๐๘ ตามลำดับ
ข้าง ๆ กับพระพุทธรูปพระยืน มีวิหารของหลวงพ่อโต มีหุ่นปั้นรูปสมเด็จพระพุทฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระรูปของหลวงปู่เทพโลกอุดร หลวงพ่อเงิน ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้นำครอบครัวเข้าไปกราบสักการะในวิหารดังกล่าว
ส่วนคุณพ่อได้ไปดูแลพระเครื่องที่ตู้ของวัด ปรากฎว่ามีวัตถุมงคลให้บูชาจำนวนมาก ซึ่งเป็นรุ่นเพิ่งจะทำพิธีปลุกเสกมาไม่นาน สนใจ แต่ยังไม่ได้ตัดสินที่จะบูชา
หลังจากตักบาตร ๑๐๘ แล้ว ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์พระเครื่องบูชาด้านล่างพระอุโบสถของวัด มีพระพุทธรูปที่สำคัญ และพระเครื่องทุกรุ่นที่ทำพิธีปลุกที่วัดอินทราราม มีทุกรุ่น เสียดายมีเวลาน้อย จึงไม่ได้ดูและพิจารณาได้ละเอียด นอกจากนี้ยังห้ามถ่ายภาพอีกด้วย
ต่อจากนั้น ได้กราบพระรูปของสมเด็จโต ที่วิหารอ้างน้ำพุทธมนต์ เข้าไปปรากฎว่ามี่ผู้เข้าไปปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิจำนวนหลายท่าน บรรยากาศน่าเข้ามานั่งมาก เย็นสบาย เงียบสงบ ไร้เสียงรบกวน ยกเว้นจะมีเสียงสวดคาถาชินบัญชร เปิดอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ท่านที่ประสงค์จะสวดสามารถนั่งสวดไปพร้อมกับเสียงสวดมนต์ดังกล่าว
ด้านทิศใต้มีการปรับปรุงพัฒนามากขึ้น มีอุทยานเจ้าแม่กวนอิน พระพิฆเนศ และสิ่งศักดิ์อื่น ๆ สำหรับชาวจีนที่จะมาเข้าร่วมทำบุญกับทางวัด
เสร็จแล้วได้พากันเดินด้วยเท้าไปทำบุญต่อที่วัดเอี่ยมวรนุช เป็นวัดถัดไป






