วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ข้ามโอฆะ



วันนี้ ได้เข้าอ่านพระไตรปิฎก โฆตรณสูตร 
ซึ่งตามสูตรดังกล่าวได้พูดถึงเทวดาได้สอบถามปัญหา กับพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับการข้ามโอฆะ
ว่าพระองค์ข้ามได้อย่างไร

คำว่า โอฆะ หมายถึงกิเลส ได้โอฆะ หมายถึงห้วงน้ำคือกิเลส มี ๔ อย่างคือ 

(๑) กาโมฆะ โอฆะคือกาม
 (๒) ภโวฆะ โอฆะคือภพ
(๓) ทิฏโฐฆะ โอฆะคือทิฏฐิ
 (๔) อวิชโชฆะ โอฆะคืออวิชชา (สํ.ส.อ. ๑/๑/๑๖)
 
 คนเราแต่ละคน ได้เวียนว่ายตายเกิดมาหลายภพ หลายชาติ 
ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฎฎ์ดังกล่าวได้


คนเราเกิดมาก็ต้องการที่จะค้นหาความหลุดพ้นดังกล่าว แต่ก็มีน้อยมากที่คนเราจะหลุดพ้นไปได้
ดั่งที่มีผู้รู้ท่านกล่าวว่า...คนบำเพ็ญธรรมมากพอๆ กับขนบนหลังควาย แต่ผ้สำเร็จเปรียบดั่งเขาควาย..








เนื้อความตามพระสูตร มีว่า....

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของ
 ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี


 ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว
 เทวดาองค์หนึ่ง มีวรรณงาม ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มี
 พระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่
 ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

      เทวดานั้น ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลคำนี้
 กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์ ข้าพระองค์ขอทูลถาม พระองค์
 ข้ามโอฆะได้อย่างไร ฯ

      พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า... ท่านผู้มีอายุ เราไม่พักอยู่ ไม่เพียรอยู่
 ข้ามโอฆะได้แล้ว ฯ

      เทวดาถามว่า ...ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์ ก็พระองค์ไม่พักไม่เพียร ข้ามโอฆะได้
 อย่างไรเล่า ฯ

       พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า...ท่านผู้มีอายุ เมื่อใด เรายังพักอยู่ เมื่อนั้น เรายังจมอยู่โดยแท้
 เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ เมื่อนั้น เรายังลอยอยู่โดยแท้ ท่านผู้มีอายุ เราไม่พัก เรา
 ไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ

      เทวดานั้นกล่าวคาถานี้ว่า...
     นานหนอ ข้าพเจ้าจึงจะเห็นขีณาสวพราหมณ์ผู้ดับรอบแล้ว
     ไม่พัก ไม่เพียรอยู่ ข้ามตัณหาเป็นเครื่องเกาะเกี่ยวในโลก ฯ

   
จากพระสูตรดังกล่าว มีส่วนที่เราจะต้องทำความเข้าใจ ในคำที่พระองค์ตรัสว่า..เราไม่พักอยู่..เราไม่เพียรอยู่...
หากเราอ่านแค่นี้จะทำให้เรายากที่จะเข้าใจในพระดำรัสดังกล่าว

คำว่า "ไม่พักอยู่ " หมายถึงไม่แสวงหาความสุขในกามารมณ์ ซึ่งจัออยู่ในกามสุขัลลิกานุโยค

ส่วนคำว่า "ไม่เพียรอยู่ " หมายถึงไม่แสวงหาความทุกข์ด้วยการทรมานตนเองให้ลำบาก ซึ่งจัดอยู่ในอัตตกิลมถานุโยค

คงจะทำให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น