พุทธภาษิต ตรัสว่า "...วิริเย ทุกขมัตเจติ.." คนจะล่วงทุกข์ได้ ก็เพราะความเพียร
การไปสอบคัดเลือกเพื่อเลือนแต่งตั้งขึ้นไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น เป็นลงสู่สนามรบเฉกเช่นเดียวกับการออกไปสู่รบกับศัตรูในชายแดนทีเดียว เพราะการสอบดังกล่าวต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง หน้าที่ และความก้าวหน้าของชีวิตราชการ
ผู้จะสมัครจะต้องมีคุณสมบัติหลายประการ ประกอบด้วยระยะเวลาการดำรงตำแหน่งต้องครบตามกำหนด เงินเดือนต้องถึงขั้นต่ำของตำแหน่งที่จะสอบ คุณสมบัติด้านคุณวุฒิต้องตรงตามตำแหน่งที่จะสอบ เช่นตำแหน่งนิติกร จะต้องจบปริญญาด้านกฎหมาย เป็นต้น นอกจากนี้จะต้องมีประสบการณ์ในหน้าที่ที่จะต้องสอบมาครบระยะเวลาตามที่กำหนดอีกด้วย
นอกจากจะมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดดังกล่าวแล้ว มิใช่ว่าจะสอบได้กัทุกคน ต้องมีการสอบวัดความรู้ ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง มีการสอบสัมภาษณ์ ตรวจสอบประวัติการทำงาน ความประพฤติตลอดเวลาที่ผ่านมาประกอบด้วย
สิ่งสำคัญที่สุด คือการมีความรู้ที่จะนำไปใช้ในการตอบข้อสอบ เป็นเรื่องที่สำคัญ หากทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่เต็มที่ ก็จะทำให้เราไม่ผ่านการคัดเลือกในการสอบดังกล่าว..สอบไม่ได้นั่นเอง
การเตรียมความรู้จึงมีความสำคัญมาก จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยผ่านสนามสอบมาชั่วชีวิต ใคร่ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเตรียมความรู้ พอสรุป ได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ : ดูขอบเขตเนื้อหาจะใช้ในการสอบแต่ละครั้ง โดยตรวจสอบจากการประกาศรับสมัครสอบ ซึ่งจะมีการกำหนดไว้ให้ เช่นการสมัครสอบนักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ (ผอ.) กำหนดการ ไว้ดังนี้
- ความรู้ความสามารถทั่วไป จะสอบเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับองค์กรอัยการ
- ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง จะทดสอบเกี่ยวกับงานในตำแหน่งหน้าที่ ได้แก่งานสารบรรณ งานสารบบคดี งานการเงิน งานพัสดุ งานการประเมินผลการปฏิบัติราชการ งานบริหารงานบุคคล ดูได้ที่นี่ ประกาศสมัครสอบ
ขั้นตอนที่ ๒ :วางแผนในการอ่านหนังสือตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ จะต้องหาตำรา เอกสาร คู่มือที่เกี่ยวมาให้ครบ และต้องมีเนื้อหาทันสมัย เป็นปัจจุบันด้วย หลังจากนั่นมาตรวสอบเนื้อหา หรือความรู้ใด ที่เรามีอยู่แล้ว ก็ควรจะให้เวลาในการค้นคว้าน้อยหน่อย ส่วนเนื้อหาใดที่เราไม่มีความรู้เลย ควรให้เวลาในการอ่านและทำความเข้าใจให้มากเป็นพิเศษ
ในการจัดตารางอ่านหนังสือ ควรจะอ่านเรื่องที่มีเนื้อหายาก กับ เนื้อหาที่ง่าย ๆ สลับกัน มิเช่นนั้น จะทำให้เราเกิดอาการเครียด..ลองทดสอบดู หากอ่านไปสักระยะหนึ่งก็จะทำให้เรารูปัญหา และหาทาแก้ไขได้
เทคนิคในการอ่านควรจะจดบันทึกไว้ ในประเด็นสำคัญเพื่อสะดวกในการมาทบทวนทีหลัง และในช่วงอ่านควรจะคิดหรือฝึกหักตั้งคำถามด้วยว่า..หากเราเป็นกรรมการจะออกข้อสอบในเรื่องที่เราอ่าน กรรมการจะออกข้อสอบมาในประเด็นใด และฝึกถามตอบไปด้วย จะทำให้เราจำและเข้าใจ
ขั้นตอนที่ ๓ : ]ลงมือทำตามแผนดังกล่าว มีแผนไม่่ลงมือทำ แม้เราจะเก่งกาจอย่างไร หากไม่ยอมอ่านหนังสือ และฝึกทดสอบการออกข้อสอบ เราก็จะไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ครับ
การออกเดินใหม่ ๆ จะอืดอาดหน่อย อาจจะมีอาการเจ็บปวดมั่ง แต่หากเราเดินไปเรื่อย ๆ และเดินบ่อย ๆ ก็จะรักในการเดินเอง
เช่นเดี่ยวกันกับการอ่านหนังสือใหม่ ๆ อ่านจะขี้เกียจ อ่านไม่รู้เรื่อง ทำให้ขาดไฟในการอ่าน เราต้องฝืน เพราะการทำความดี คือ...การฝืนใจตัวเองนั่นเอง..ฝืนบ่อย ๆ เราก็จะชินเอง
หากเราอยากไม่เหมือนคนเดิม เราจะต้องไม่ทำตัวเหมือนคนเดิม ๆ ที่เคยทำมา
จงเริ่มฝึกตัวเองเป็น ผอ.ตั้งแต่เริ่มเตรียมสอบครับ สักวันหนึ่งความฝันจะกลายเป็นความจริง
สิ่งมหัศจรรย์มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอกับคนที่มีความพยายาม ขี้เกียจก็ทำ ขยันก็ทำ
ผมเคยถามเจ้านายท่านหนึ่งว่า...ท่านมีเทคนิคในการหนังสืออย่างไรบ้าง ถึงประสบผลสำเร็จในการเรียน และการสอบเข้าทำงาน เพราะท่านสอบได้ทั้งอัยการและผู้พิพากษา แต่ท่านเลือกเป็น..พนักงานอัยการ
คำตอบที่ได้รับ ท่านตอบว่า...อ่านให้ซึ้งถึงแก่นจิต ชั่วชีวิตจะไม่ลืม...555

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น