วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

ตัวชี้วัด(KPI)

ปัจจับัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาคราชการ และเอกชน พยายามหาเครื่องมือในการนำมาวัดผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของตนเอง เพื่อจะได้ทราบปัญหา อุปสรรค ความก้าวหน้า และข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในแต่ละปี



การวัดผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานดังกล่าว เปรียบเหมือนกับตรวจโรคประจำปีของบุคคล เพื่อจะทราบสุขภาพของตนเองว่า มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงหรือไม่ การเต้นของหัวใจเป็นปกติหรือไม่ ไขมัน เม็ดเลือด น้ำหนักเกิดพิกัดหรือไม่ การตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี ก็เพื่อที่จะให้ตัวเองได้รับทราบสภาพของร่างกายในปัจจุบัน มีโรคภัย หรือมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง เพื่อจะนำไปสู่การดูแลรักษาให้ทันท่วงที หากมีอาการหนักก็จะต้องเข้าโรงซ่อมรักษาให้หายดี มีความปกติสุขต่อไป

หน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนก็เช่นกัน การที่จะทราบว่าสุขภาพขององค์กรมีสภาวะเช่นไร ก็จะหาเครื่องมือเข้าวัด เพื่อตรวจสุขภาพขององค์กรประจำปี เครื่องมือหนึ่งที่นิยมกัน ได้แก่เครื่องมือที่เรียกว่าตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators) หรือ KPI มาใช้ในการตรวจวัดสุขภาพองค์กรดังกล่าว

KPI คือ ค่าที่วัดจากผลการปฏิบัติงนที่เกิดขึ้นจริง เพื่อแสดงผลสำเร็จของการบรรลุตามวัตถุประสงค์

KPI  หมายถึงสิ่งที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าหน่วยงานปฏิบัติงานบรรลุเป้าประสงค์ที่วางไว้ได้หรือไม่ ขั้นตอนนี้จะต้องหาปัจจัยที่เป็นตัวบ่งชี้ดังกล่าว

เป้าประสงค์ หมายถึงสิ่งที่จะวัด จะวัดอะไร (What to measure) อาจจะวัดในเรื่องคน เรื่องกระบวนงาน ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงาน สินค้า หรือความต้องการของลูกค้า ภายใต้เป้าประสงค์แต่ละประการ อะไรคือตัวชี้วัดที่จะบอกได้ว่าบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ตัวชี้วัด หมายถึงวิธีการวัด จะวัดอย่างไร (How to measure) ตัวชี้วัดสามารถพิจารณาได้ในด้านปริมาณ /คุณภาพ/ต้นทุน/เวลา

ประเภทของตัวชี้วัด มี ๒ ประเภท ได้แก่ Lead Indicators ตัวชี้วัดมีเงื่อนไขหรือเป็นปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่ดี(Performance  Drivers) และ Lag Indicators ตัวชี้วัดที่เป็นผลการดำเนินงานที่วัดได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นผลลัพธ์ของการปฏิบัติงานขององค์กร (Outcome Measure)

การวัดสามารถวัดได้ ๔ ด้าน ได้แก่

๑.ด้านคุณภาพ (Quality) เข้น ข้อร้องเรียน คำชม ความพึงพอใจของลูกค้า

๒. ด้านปริมาณ (Quantity) ได้แก่หน่วยเป็นวัน จำนวนหน่วยที่ผลิต จำนวนโครงการที่สำเร็จ จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้

๓. ด้านกำหนดเวลา (Timeliness) ระยะเวลาในการจัดการข้อร้องเรียน ช่วงเวลาในการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

๔. ด้านความคุ้มค่าของต้นทุน (Cost -Effectiveness) ได้แก่จำนวนเงินที่ใช้จ่าย จำนวนคำแนะนำที่มีการปฏิบัติตาม ค่าใช้จ่ายนอกเหนืองบประมาณ ร้อยละของเงินงบประมาณที่เบิกจ่ายได้

ดังนั้น ในการทำตัวชี้วัดของแต่ละหน่วยงาน จึงพยายามที่จะหาเครื่องมือมาวัดผลการดำเนินงานให้ได้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อจะได้มีเครื่องตรวจสอบ และวัดผลการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อจะนำผลที่ได้ไปพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น และสามารถจะแข่งขันกับคู่แข่งได้ทันท่วงทีต่อไป

ตัวชี้วัดจึงมีความสำคัญด้วยประการฉะนี้แล!!!



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น