วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2563

วันเกิดยาย

 ครบวันเกิด คุณยาย ในปีนี้

ขอให้มี ความสุข ไร้ทุกข์เข็ญ

มีอายุ ยืนยาว สุขร่มเย็น

ให้อยูเป็น ร่มโพธิ์ไทร ไปตลอดกาล



เป็นเสาหลัก ธงชัย ได้บูชา

เป็นศักดิ์ศรี สง่า ให้ลูกหลาน

เป็นครรลอง ในอดีต เป็นตำนาน

ให้ลูกหลาน ได้เล่า เอาเป็นแนว

เป็นที่พึง ที่พา มานานปี

เป็นที่พัก ที่รัก กันเป็นแถว

เป็นที่ชุม ลูกหลาน ได้โฮแซว

เหมาะสมแล้ว เป็นยาย ได้กราบกราน




ครบรอบวัน เกิดยาย ในปีนี้

ลูกหลานดี มีบุญ ด้วยสืบสาน

ทำกุศล ผลบุญ แลศีลทาน

เดินรอยตาม นามยาย ได้ทำมา...

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563

หลีกไกล

 เดือนหน้า ไปแล้ว ไม่มีอีก

ชีวิตหลีก ห่างไกล ไม่หันหลัง

ทำงาน มานาน ไม่จีรัง

พอถึง เกษียณ เพียรอื่นไป

มาทำกิจ เพื่อตนเอง เพ่งที่จิต

ปลีกวิเวก  ดูกาย ใจสดใส

ไม่แวะหา กิเลส ให้เศร้าใจ

ทำงานใด สู้งานใจ นั่นไม่มี



โอวาทของพระเกจิ

 วันนี้ ได้นำพระสังกัจจายน์ไปให้น้องคนหนึ่งที่มีความชำนาญในการตรวจสอบพระ เพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นพระเกจิท่านใด รุ่นไหน ปีใด

สาเหตุที่ต้องให้น้องเขาตรวจสอบครั้งนี้ เนื่องจากได้ลองทดสอบพุทธคุณแล้ว มีพุทธคุณแรงมาก ทำให้สนใจ อยากทราบที่มาขององค์พระ พระเกจิท่านใดปลุกเสก จากวัดใด อายุพระนานแค่ไหน

น้องเขาตกใจหลังจากตรวจสอบแล้ว ถามเราว่า... พี่ได้มาจากไหน เพราะพระองค์ดังกล่าว มีอายุการสร้างมานานมาก และยังบอกด้วยตกใจว่า...เป็นพระสังกัจจายน์ของหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง จังหวัดพิจิตร...

รุ่นนี้เป็นรุ่นทันหลวงพ่อด้วย และยังบอกว่า น่าจะมีหลวงพ่อเงินร่วมในพิธีด้วย

ยังบอกว่า รุ่นนี้มีการฝังเหล็กน้ำพี้ลงในองค์พระด้วย หากมีแม่เหล็กสามารถทดสอบได้ 

ทำให้เราต้องไปค้นหาและสืบประวัติของท่าน พร้อมทั้งศึกษาเกี่ยวพระรุ่นนี้ด้วย หลังจากไปตรวจสอบดูก็น่าจะเป็นไปตามดังที่น้องชายคนดังกล่าวบอกมา

นอกจากนี้หลวงพ่อพิธ ท่านยังให้คติเตือนใจแก่พุทธศาสนิกชนที่ได้รับมอบพระจากท่าน เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติในการดำรงชีวิตอีกด้วย

....หลวงพ่อพิธจะเตือนเสมอว่า “สิ่งที่มอบให้นี้เป็นประหนึ่งว่าเราได้มาพบหน้าตากัน มีความเคารพต่อกันดุจญาติพี่น้องและสิ่งเหล่านี้ขอให้เข้าใจว่าเป็นอนุสรณ์ต่อกันเมื่ออยู่ห่างไกล สิ่งหนึ่งที่ควรใฝ่ใจมากๆ คือ 

        1.จงอย่าประมาท 

        2.คุณพระพุทธคุณ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณบิดา คุณมารดา

        3.จงมีศีล มีสัตย์ ภัยพิบัติจะมาไม่ถึงเพราะมีอำนาจทิพย์คอยรักษาคุ้มครองอยู่ และ     

        4.เมื่อได้สิ่งของอันเป็นที่ระลึกแล้วควรมีปัญญา คือ อย่าเบียดเบียนผู้อื่นให้ได้รับทุกข์


แม้ว่าเราจะมีพระแขวนคอ หากเราไม่อยู่ในศีลธรรม กระทำในแต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ว่าคน หรือ เทวดา ก็ไม่มีใครรัก ใครชอบครับ !!!

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ชีวิตธุรการ

    ตื่นเช้าทุกวัน ต้องนับวันเวลาว่าเมื่อไหร่่จะถึงวันเกษียณเสียที มาวันวันนี้คงเหลืออีก ๓๖ วัน พอนึกไปย้อนหลังก็ทำให้คิดมาก หลังจากเกษียณไปแล้วจะไปทำอะไร




บางท่านถามว่า เกษียณแล้วมีการวางแผนจะไปทำอะไร

บางคนมีที่ทางก็จะไปทำไร่นาสวนผสม ส่วนเราเองไม่มีที่ดินกับเขาหรอก

บางท่านพอได้เงิน กบข.มาก็คงไปลงทุนค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ พอได้มีรายได้

ส่วนเราบอกได้เลยว่า..ไม่ได้วางแผนอะไร เพียงคิดว่าหลังจากเกษียณแล้ว คงจะไปตีตั๋วทนาย เพื่อให้คำปรึกษาให้กับชาวบ้านเท่านั้น คงไม่คิดจะไปว่าความที่ศาล..แก่แล้ว

หากได้เงิน กบข.มา ก็คงจะใช้หนี้ที่เหลือ แต่คงไม่พอ อาจจะหาที่สักแปลงเพื่อทำไร่นาสวนผสม ตามที่แม่บ้านเขาอยากทำ

วันนี้เลยลองแต่งเพลงชีวิตข้าราชการธุรการ ไว้เป็นที่ระลึก ดังนี้


ชีวิตธุรการ

  

                                        เป็นธุรการมานานหลายปี อุทิศชีวิให้สำนักงาน

งานพิมพ์งานบริการ งานประชุมและงานทำรายงาน

เราธุรการอดทนสู้ไป

บนทางชีวิตที่ก้าวเดิน จำต้องเผชิญปัญหายิ่งใหญ่

ผู้ต้องหาและผู้เสียหาย เป็นธุรการพากันทำใจ

ไม่ฝักฝายใด ทำใจเป็นกลาง

 

ชีวิตของธุรการ ในแต่ละวันทำงานประสาน

ทั้งชาวบ้านและพนักงานอัยการ

มาปรึกษากฎหมายทั้งเป็นพยาน

ต้องบริการ ทำงานด้วยใจ

 

เป็นธุรการมานานหลายปี พูดถึงความดียากที่จะได้

เงินเดือนก็น้อยเกินไป สหกรณ์เป็นหนี้มากมาย

ผู้บริหารได้โปรดเห็นใจ     ค่าตอบแทนที่ได้..ไม่ลืมพระคุณ

 

เป็นธุรการมานานหลายปี มีความพอดีเท่าที่เป็นอยู่

มีเจ้านายอุดหนุนค้ำชู เพื่อนพ้องยังช่วยเอ็นดู

ธุรการต้องอยู่ ด้วยความสุขใจ


วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563

การป้องกันโรคโควิด - 19

ช่วงนี้มีการเผยแพร่วิธีการป้องกันโรคโควิด-19 หลายทางด้วยกัน เราในฐานะผู้เสพข่าว ก็ควรพิจารณาและไตร่ตรองไว้ก่อน เรื่องใดพอจะเป็นไปได้ ก็ควรนำมาปฏิบัติ อย่างน้อยก็เป็นการไม่ประมาท

มีผู้แนะนำวิธีการรักษาแบประเทศจีน ที่มีการลดการติดเชื้อลงอย่างมากมาย และสามารถควบคุมไม่ให้ระบาดไปทั่วประเทศ ข้อความดังกล่าว มีการส่งต่อทางไลน์ จึงได้นำมาบันทึกไว้ น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ข้อความีดังนี้

หมอที่เมืองจีนยืนยัน​มา

這是100%準確的信息,
นี่คือข่าวที่เชื่อถือได้​100 %
對於每個人都非常有效。
ได้ผลดีมากกับคนทั่วไป
 為什麼中國大陸過去幾天大大減少了感染人數?
สาเหตุที่ไม่กี่วันนี้ที่ประเทศ​จีน​ผู้​ที่​ติดเชื้อไวรัส​ลดลงจำนวน​มาก
除了戴口罩勤洗手外,
นอกจากสวมหน้ากาก​และหมั่นล้างมือ​แล้ว
他們只是簡單地每天漱口3次鹽水。
เพราะว่า​พวกเขาทำแบบ​ง่ายๆด้วการบ้วนปากกลั้วคอด้วยน้ำเกลือวันละ3ครั้ง​
完成後,喝水5分鐘。
เสร็จ​แล้ว​ ดื่มน้ำเรื่อยๆ5นาที
因為該病毒只能在喉嚨中侵襲,
เพราะว่าเชื้อไวรัส​นี้จะจู่โจม​แค่ตรงลำคอ
然後再侵襲肺部,
หลังจาก​นั้น​ค่อยจู่โจม​ที่ส่วนปอด
當受到鹽水侵襲時,
ขณะที่​ถูก​น้ำเกลือ​ทำลายล้าง
該病毒會死亡或從胃中流下來並在胃中銷毀,
เชื้อไวรัส​ก็​จะ​ตายหรือจะถูกฆ่าในกระเพาะ​แล้วขับถ่าย​ออกมา
這是預防冠狀病毒流行的唯一方法,
นี่คือวิธี​ป้องกัน​โควิด​19​ที่ผู้คน​นิยมใช้เพียงวิธีเดียว
市場上沒有藥品,
ตามร้านค้า​ไม่มี​ยาขาย
所以不要購買。
ดังนั้น​จึง​ไม่ไปซื้อยา
童綜合醫院王叔昂醫師:
นายแพทย์​อว๋างซู่อ๋างที่โรงพยาบาล​เด็ก(ครบวงจร)พูดว่า​
新冠肺炎在還沒有來到肺部之前,
ขณะที่​เชื้อไวรัส​ยัง​ไม่ลงคอลงมาที่ปอด
它會在喉嚨部位存活4天。
มันจะเพาะเชื้อ​อยู่​ที่​ลำคอ4วัน
在這個時候,人們會開始咳嗽及喉痛。
ณ.นาทีนี้​ คนติดเชื้อจะเริ่มมีอาการ​ไอและเจ็บคอ
如果他能儘量喝多溫開水及鹽巴或醋,
ถ้าหากผู้​ติดเชื้อ​พยายาม​ดื่มน้ำ​อุ่นและน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชู
就能消滅病菌。
ก็​จะ​ทำลายเชื้อไวรัส​ได้
儘快把此訊息轉達一下,
รีบ​ๆเผยแพร่ข่าวสารนี้ออกไป
因爲你會救他人一命!
เพราะว่า​ท่านจะสามารถ​ช่วย​ชีวิต​คนได้
二零二零年三月廿九日
翻译  黄金茂

ดูแล้วเป็นวิธีง่าย ๆ ผู้เขียนจึงได้นำมาใช้ โดยในช่วงตื่นเช้ามา ก็จะอมเกลือไว้ประมาณ 1-2 นาที แล้วก็บ้วนปาก ก่อนที่จะไปทำภาระกิจอื่น จะทำในช่วงกลางวัน และก่อนนอน ผลปราฎว่าปากจะมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น และทำให้อาการระคายเคืองตามลำคอลดลง

นอกจากนี้ ผู้เขียนตื่นขึ้นมาจะดื่มที่ต้มแล้วทุกเช้าประมาณ 1 ขวด เป็นการล้างลำใส้ และล้างลำคอให้สะอาด อีกทั้งทำให้กะเพาะสะอาดอีกด้วย ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ ตรงเวลา ไม่มีอาการท้องผูก การรับประทานอาหารได้สะดวกยิ่งขึ้น

จากการที่ดื่มน้ำต้มประจำทุก ๆ เช้า ทำให้อาการขับถ่ายดีขึ้น เลือดลมเดินปกติ โรคปวดข้อ ปวดหัวไม่ค่อยมีเหมือนแต่ก่อน โรคภูมิแพ้ที่เคยเป็นอยู่ประจำก็มีอาการทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด เหนือสิ่งอื่นใดไข้หวัดที่เป็นบ่อย ๆ ก็จะไม่เป็นเหมือนแต่ก่อน

การดูแลสุขภาพตนเอง ถือว่าเป็นการรักษาโรคตั้งแต่ต้นทาง ทำให้สุขภาพเราแข็งแรง ไม่ต้องไปพึงยาให้มาก การรับประทานอาหารตามปกติถือว่าเป็นยารักษาโรคอยู่แล้ว ถ้ากินอย่างถูกวิธีครับ!!!

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

โควิด - 19 ที่น่ารู้

ช่วงนี้ สิ่งมี่น่ากลัวที่สุดคือการติดเชื้อไวรัสโรคโควิด -19 การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรค และวิธีป้องกัน เป็นมาตรการหนึ่ง ที่เราควรจะรู้ และค้นหามาศึกษาเพื่อป้องกันตนเอง บทความนี้ส่งมาทางไลน์ ขอบันทึกไว้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ


"เป็นบทความที่ค่อนข้างยาว แต่ผมขอให้พวกเราอ่าน
เพราะเป็นบทความความรู้และทางแก้ไขโรค Covid 19
ที่ดีที่สุดที่ผมเคยอ่านมาตั้งแต่เริ่มมี Covid 19 ..achart.

By Professor in Infectious Diseases at John Hopkins University

ศาสตราจารย์ในภาควิชาโรคระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา เสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสู้กับไวรัสโควิด19

* The virus is not a living organism, but protein molecules (DNA) covered by a protective layer of lipid (fat), which when absorbed by the cells of the ocular, nasal or buccal mucosa, changes their genetic code (mutation) and converts them into aggressor and multiplier cells. Since the virus is not a living organism but a protein molecule, it is not killed, but decays on its own. The disintegration time depends on the temperature, humidity and type of material where it lies.

ไวรัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นโมเลกุลโปรตีน (DNA) หุ้มด้วยไลปิด (ไขมัน) ซึ่งเมื่อถูกเซลของตา หรือจมูกหรือสารคัดหลั่งในช่องปากก็จะกลายพันธ์ุให้รุนแรงขึ้นและแพร่ขยายเซล เนื่องจากไวรัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นโมเลกุลโปรตีน เราจึงฆ่ามันไม่ได้ แต่จะเสือมถอย หรือสลายไปเองขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น และชนิดของพื้นผิวที่ไวรัสไปเกาะ

* The virus is fragile; the only thing that protects it is a thin outer layer of fat. That is why soap or detergent is the best fighter, because the foam cuts the fat (that is why you have to take time to wash your hands for 20 seconds or more, to make a lot of foam). By dissolving the fat layer, the protein molecules disperse and break down on its own.

ไวรัสนี้บอบบางมากเพราะถูกห่อหุ้มด้วยไขมันบางๆ ดังนั้นการล้างด้วยสบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดจึงเป็นวิธีแก้ที่ดีที่สุด เพราะฟองสบู่จะกัดไขมัน (เป็นเหตุผลทำไมต้องฟอกถูสบู่บนมือ 20 วินาที หรือมากกว่าเพื่อให้เกิดฟองมากๆ) โดยการทำลายชั้นไขมันที่ห่อหุ้มอยู่ โมเลกุลโปรตีนจะแตกกระจายสลายไปด้วยตัวเอง

* Heat melts fat - this is why it is good to use water above 25°c for washing hands, clothes and everything. In addition, hot water makes more foam and is more effective.

ความร้อนละลายไขมัน จึงเป็นเหตุผลที่ดีจะใช้น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ล้างมือ เสื้อผ้าและสิ่งต่างๆ

* Alcohol or any mixture with alcohol over 65% dissolves all fat, especially the external lipid layer of the virus.

แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์มากกว่า65% จะสามารถล้างไขมันทุกชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งไลปิดที่ห่อหุ้มไวรัสอยู่

* Any mix with 1 part bleach and 5 parts water directly dissolves the protein, breaks it down from the inside.

น้ำยาที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว 1 ส่วนกับน้ำสะอาด 5 ส่วนจะละลายโปรตีนไวรัส ย่อยสลายมันจากภายในเลย

* Oxygenated water, alcohol and chlorine help because peroxides dissolve the virus protein, but as you have to use it pure, it may irritate your skin.

น้ำออกซิเจน แอลกอฮอล์ และคลอรีน มีเพอร์รอคไซด์ ที่จะสลายไวรัส แต่จะต้องใช้แบบเพียวๆ ซึ่งจะทำให้ระคายเคืองผิว

* Disinfectants to combat bacteria are ineffective. The virus is not a living organism like bacteria. You cannot kill what is not alive with antibiotics, but the structure of the virus can be disinegrated with everything said in the above.

น้ำยาฆ่าแบคทีเรียไม่ช่วย ไวรัสตัวนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเหมือนกับแบคทีเรีย เราไม่สามารถใช้แอนตี้ไบโอติกทำลายไวรัส แต่โครงสร้างของมันจะถูกทำลายโดยสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

* Never shake used or unused clothing, sheets or cloth. While it is glued to a porous surface, it is very inert and disintegrates only between 3 hours (fabric and porous), 4 hours (copper, because it is naturally antiseptic and wood, because it removes all the moisture and does not let it peel off and disintegrates. 24 hours (cardboard), 42 hours (metal) and 72 hours (plastic). But if you shake it or use a feather duster, the virus molecules float in the air for up to 3 hours, and can lodge in your nose.

อย่าสะบัดเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว หรือไม่ใช้ก็ตาม ผ้าปู หรือเสื้อผ้า ขณะที่ไวรัสเกาะติดพื้นผิว ไวัรัสตัวนี้มันเฉื่อยมาก และจะสลายไปในเวลา 3 ชั่วโมง (เส้นใยที่มีรูพรุน) 4 ชั่วโมง (บนทองแดง เพราะมันเป็นแอนตี้เซพติกโดยธรรมชาติ และไม้เพราะมันคายความชื้นออกไปหมด และไม่ยอมให้เปลือกที่หุ้มอยู่ลอกออกมันจึงไม่ย่อยสลาย) 24 ชั่วโมง (บนกระดาษแข็ง) 42 ชั่วโมง (บนโลหะ) และ 72 ชั่วโมง (บนพลาสติก) แต่ถ้าเราสะบัดหรือใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุไวรัสตัวนี้จะลอยอยู่ในอากาศถึง 3 ชั่วโมง และเข้าจมูกเราได้

* The virus molecules remain very stable in external cold, or in artificial cold as in air conditioners, in houses and cars. They also need moisture to stay stable, and especially darkness. Therefore, dehumidified, dry, warm and bright environments will degrade it faster.

โมเลกุลของไวรัสตัวนี้สามารถอยู่ได้สบายในอากาศเย็นนอกบ้าน หรือในบ้าน และรถที่มีเครื่องปรับอากาศ มันอยู่ได้ในที่ๆมีความชื้น และความมืดดังนั้นสภาพที่ไม่มีความชื้น แห้ง อุ่น และสว่างจ้าจะทำให้ไวรัสนี้ย่อยสลายได้เร็วขึ้น

* UV Light on any object that may contain virus protein breaks down the virus protein, for example, to disinfect and re-use a mask. Beware, it also breaks down collagen (which is a protein) in the skin, eventually causing wrinkles and skin cancer.

แสง UV จะทำลายไวรัสโปรตีน ตัวอย่างเช่นใช้กับหน้ากากอนามัยที่ใช้ซ้ำ แต่ก้อต้องระมัดระวังเพราะแสง UV จะทำลายคอลลาเจน (ซึ่งเป็นโปรตีนเช่นกัน) บนผิวหนัง และอาจเป็นสาเหตุให้ผิวเหี่ยวย่น และมะเร็งผิวหนัง

* The virus cannot penetrate healthy skin.

ไวรัสไม่สามารถเข้าผิวหนังที่แข็งแรง

* Vinegar is not effective because it does not break down the protective layer of fat.

น้ำส้มสายชูไม่มีปะโยชน์ เพราะไม่สามารถทำลายผิวไขมันที่ห่อหุ้มไวรัส

* Spirits are not effective. The strongest vodka is 50% alcohol, and you need 65%.

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ช่วย ว๊อดก้าที่แรงที่สุดก็มีแอลกอฮอล์แค่ 50% ต้องการแอลกอฮอล์อย่างต่ำ 65%

* Listerine may help! It is 65% alcohol.

น้ำยาบ้วนปาก Listerine อาจช่วยได้เพราะมีส่วนผสมแอลกอฮอล์ 65%

* The more confined the space, the more concentration of the virus. The more open or naturally ventilated, the less.

สถานที่ยิ่งคับแคบไวรัสยิ่งเข้มข้น สถานที่ยิ่งโล่งไวรัสยิ่งน้อย

This is repeatedly said and most important, you have to wash your hands before and after touching mucosa, food, locks, knobs, switches, remote control, cell phone, watches, computers, desks, TV, etc. And when using the bathroom.

สิ่งที่สำคัสุดคือ ต้องล้างมือก่อน และหลังทำสิ่งต่อไปนี้ สัมผัสสารคัดหลั่งในปากจมูก อาหาร กุญแจ ลูกบิดประตู รีโมทคอนโทรล โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา คอมพิวเตอร์ โต๊ะ ทีวี หรือสิ่งของต่างๆ และการใช้ห้องน้ำ

* You have to moisturize dry hands from so much hand washing, because the molecules can hide in the micro cracks. The thicker the moisturizer, the better. Also keep your nails short so that the virus does not hide there.

ต้องทำให้มือชุ่มชื้นหลังมือแห้งจากการล้างมือบ่อยๆ มือจะแห้งแตกหลังการล้างบ่อย เพราะโมเลกุลของไวรัสอาจจะติดอยู่ตามรอยแตกของมือ ครีมมอยซ์เจอไรซ์เซอร์เนื้อครีมยิ่งเข้มข้นยิ่งดี ควรตัดเล็บให้สั้นด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสไปแฝงตัวอยู่

Professor Michele Assaf
28 March 2020

ศาสตราจารย์ มิแซล อาแซฟ
28 มีนาคม พ.ศ. 2563...

ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์โรคโควิด-19

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโรคโคโรนา ณ ห้องประชุม 901 สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีท่านรองอัยการสูงสุดเป็นประธาน

ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการต่าง ๆ เพื่อนำมารองรับในการแก้ไขปัญหา ควบคุม ป้องกันและหยุดการแพร่ระบาดของเชื่อโรคโคโรนา (โควิด -19) ตามมาตราการของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข

มาตรการที่ประชุมได้ร่วมพิจารณา ได้แก่มาตรการที่เร่งด่วนที่สุด เนื่องจากในวันที่ 1 เมษายน 2563 จะมีการโยกย้ายข้าราชการอัยการ และข้าราชการธุรการไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ บางจังหวัดได้มีมาตรการคัดกรองและห้ามเข้าในพื้นที่จังหวัดแต่ละจังหวัด ที่ไม่เหมือนกัน อาจจะนำความยุ่งยากให้กับผู้ที่เดินทางไปรับราชการในครั้งนี้ จะมีมาตรการอย่างไร เพื่อให้ข้าราชการอัยการได้รับความมั่นใจ และหายกังวล

ที่ประชุม ได้เสนอแนะให้แจ้งอัยการจังหวัดทุกจังหวัด ที่เป็นผู้ประสานงานกับศูนย์ฯ โดยให้อัยการจังหวัดรวบรวมรายชื่อที่ข้าราชการฝ่ายอัยการที่จะย้ายเข้ามาปฏิบัติงานในแต่ละจังหวัด ส่งรายชื่อให้ศูนย์การบริหารสถานการณ์ฯแต่ละจังหวัดได้รับทราบ เพื่อความสะดวกในการเดินทางเข้าไปในพื้นที่

นอกจากนี้ ในการออกมาตรการต่าง ๆ ออกไปให้แต่ละสำนักงานฯปฏิบัติ ควรจะมีเครื่องไม้ เครื่องมือให้กับสำนักงานฯแต่ละสำนักงานด้วย ในที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องอุปกรณ์ในการตรวจวัดอุณหภูมิ(Terminalscan) เนื่องจากสำนักงานอัยการจังหวัด ยังไม่มีเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวในการใช้ในการคัดกรองประชาชน และผู้ที่เข้าใช้บริการในแต่ละอาคาร คณะกรรมการฯควรจะพิจารณางบประมาณ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวให้กับทุกสำนักงาน

ฝ่ายงบประมาณรายงานว่า ปัจจุบันมีอาคารสำนักงานอัยการทั่วประเทศ ประมาณ 170 สำนักงาน จะจัดซื้อประมาณ 200 ชุด ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณบางส่วนมาให้กับคณะกรรมการไว้แล้ว แต่จะมีขั้นตอน ระยะเวลาในการจัดซื้อ และควรประชาสัมพันธ์ออกไปให้ทุกสำนักงานฯได้รับทราบล่วงหน้า

ฝ่ายการคลังชี้แจงว่า ในการจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว มีปัญหาในการปฏิบ้ัติ เนื่องจากระเบียบไม่ได้เปิดช่องไว้ให้ และการจัดซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิ เจล และน้ำยา ไม่ได้ระบุในระเบียบ จึงควรจะมีการแก้ไขระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จะทำให้การจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวได้สะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง จึงควรมีการแก้ไขระเบียบดังกล่าวโดยออกประกาศของสำนักงานอัยการสูงสุด

ประเด็นเร่งด่วนในวันนี้ ได้แก่กรณีมีนายประกันและผู้ต้องหามาติดต่อราชการที่สำนักงานคดีอาญา ต่อมาปรากฎว่าได้ตรวจพบว่าติดเชื้อโรคโคโรนา สำนักงานฯควรจะมีมาตรการออกมา เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว มิฉะนันจะทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในอาคารดังกล่าว เกิดความตระหนก

ที่ประชุม ได้เสนอแนะมาตรการหลายประการ และแต่งตั้งคณะทำงานให้ออกมาตรการในการติดราชการสำนักงานฯ การคัดกรองบุคคลเข้ามาในอาคาร มาตรการการปฏิบัติงานเหลื่อมเวลา การปฏิบัติงานจากบ้าน และมาตรการอื่น ๆ

คณะกรรมการฯบางท่าน ได้เสนอแนะว่า มาตรการต่าง ๆ ควรจะออกโดยรีบด่วน เพราะบุคลากรในต่างจังหวัดต้องการทราบมาตรการและปฏิบัติตนว่าจะปฏิบัติอย่างไร จึงจะถูกต้องและมีมาตรการรองรับ

ในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ที่ประชุมมีการเสนอให้มีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบแต่ฝ่ายโดยตรง หากมีปัญหาเรื่องใด ก็ควรจะประสานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก่อน ก่อนที่จะประสานมายังศูนย์ฯโดยตรง จะเป็นการลดขั้นตอน และเกาถูกที่คัน

จะเห็นว่าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะมีผลกระทบกันเป็นลูกโซ่ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหา และวางแผนในรอบครอบ และรัดกุม

โควิด -19 ยังเป็นปัญหากับทุกประเทศ และทั่วโลก เป็นศัตรูที่มองไม่เห็นตัว แต่ร้ายกาจ ในวันนี้ มีผู้ติดเชื่อโรคโควิด - 19 ทั่วโลก ไปแล้วกว่า 7 แสนคน และเสียชีวิตกว่า 3 หมื่นกว่าคนแล้ว ในส่วนของประเทศไทยเอง วันนี้ มีผู้ติดเชื้อทั้ง 1,524 คน ตายแล้ว 9 คน

อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญ ได้แก่การให้ข่าวสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะทางไลน์ เฟสบุ๊ค หรือช่องทางอื่น ๆ  ขอให้บุคลากรให้ความระมัดระวัง และตระหนักให้มาก เพราะจะทำให้เกิดผลเสียหายต่อองค์กรและภาพลักษณ์ขององค์กร หากมีปัญหาควรจะประสานกับศูนย์ หรือ ผู้รับผิดชอบโดยตรง

ขอให้ทุกคนได้ดูแลตนเอง และระมัดระวังครับ ด้วยความห่วงใย!!!


วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

ปฏิบัติงานตามมาตรการโควิด - 19

เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 302 ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบบริหาร ประชุมคณะข้าราชการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดโคโรนา 2019



ตามหนังสือส่งการของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีแผนการเหลื่อมเวลาปฏิบัติงานและแผนปฏิบัติงานจากบ้านพัก โดยให้แต่ละหน่วยงานได้พิจารณาใช้มาตรการดังกล่าว

มาตรการการเหลื่อมเวลาปฏิบัติงานให้ใช้ปฏิบัติงานในเบื้องต้นก่อน หากมีการแพร่ระบาดรุนแรงมากยิ่งขึ้นให้นำกิจกรรมที่ 2 การปฏบัติงานจากบ้านพักมาใช้แทน





มาตรการเหลื่อมเวลาปฏิบัติงาน ตามแผนได้กำหนดเวลาไว้ 3 ช่วง ได้แก่ เวลา 07.30,08.30 และ 09.30 ส่วนเวลาเลิกงาน ก็จะเหลื่อมเวลาออกไป ได้แก่เวลา 15.30,16.30 และ 17.30 ตามลำดับ



โดยให้ข้าราชการแต่ละคนสมัครใจเลือกเวลาการมาปฏิบัติงานตามช่วงเวลาดังกล่าวตามความเหมาะสมและความสะดวกของแต่ละคน นอกจากนี้ตามมาตรการดังกล่าว ยังให้ข้าราชการรับประทานอาหารแยกต่างหาก โดยให้แต่ละคนนั่งรับประทานอาหารที่โต็ะทำงานของแต่ละคน

ส่วนมาตรการที่ 2 จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์มีการระบาดทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งการมาปฏิบัติงานเป็น 2 กลุ่มละ 7 คน ทั้งนี้ตามมาตรการดังกล่าว จะต้องมีข้าราชการมาปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของข้าราชการทั้งหมด



ในการปฏิบัติงานจากบ้านพัก จะต้องมีการใช้เทคโนโลยี่ หรืออินเตอร์เนท เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร ในการปฏิบัติงานและมีระบบการกำกับติดตามการปฏิบัติงานอีกด้วย

ในการใช้มาตรการดังกล่าว ในการพิจารณาจะใช้มาตรการใด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีอัยการ หรือรองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาอีกชั้นหนึ่ง



                                                           ประชุมคณะข้าราชการ

ความอยาก

โลกนี้เป็นไปตามความอยากของคน
ความอยากมีต่าง ๆ นานา
บางคนอยากรวย อยากมีหน้ามี อยากมีเกียรติ อยากสวย ฯลฯ
ความอยากที่ปราศจากปัญญามักจะเป็นความอยากที่จะนำไปสู่ความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่น
อยากจะรวย แต่ไม่ยอมทำมาหากิน อยากรวยทางลัด ด้วย การจี้ปล้น และทุจริต
ตัวอย่าง ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ต้องตัดสินใจไปปล้นร้านทอง เพื่อนำเงินมาใช้หนี้สิน
ต้องมีการฆ่าคนอื่น เพื่อปกิดควาาผิดของตน ปิดหน้าตา โดยคิดว่าคนอื่นจะจำไม่ได้ และตนจะได้พ้นผิด หนีโทษทัณฑ์

บางคนอยากได้บางสิ่งบางอย่าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ก็เกิดความเคียดแค้น ก่อกรรม ทำเข็ญ และสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ตัวอย่างเช่น

เมื่อไม่นานมานี้ มีทหารคนหนึ่งได้ยืมเงินสหกรณ์มาเพื่อซื้อบ้าน ตามโครงการสินเชื่อของส่วนราชการ มีการกู้ยืมเงินเกินความจริงจากหลักทรัพย์ที่ไปประกัน มีเงินส่วนต่างที่นายหน้าจะต้องคืนให้กับผู้กู้ ปรากฎว่านานหน้า และเจ้าของที่ดินไม่ยอมคืนเงินส่วนต่างให้ เป็นเหตุให้ทหารดังกล่าวต้องฆ่าผู้บังคับบัญชา ผู้เป็นเจ้าของโครงการ นอกจากนี้ยังไปก่อเหตุฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวน สร้างความวุ่นวายให้คนอื่นและสังคม

การเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สาเหตุมาจากคนเราไม่สามารถที่จะควบคุมความอยากของตนเองให้อยู่ในขอบเขตจำกัดได้

การที่จะมีภูมิคุ้มกั้น เพื่อควบคุมจิตใจของตนไม่ให้สติแตกนั่น จำเป็นที่คนเราจะต้่องมีการฝึกฝนตนเองบ่อย ๆ ไม่ให้ความโลภ ความโกรธ และความหลง มาครอบงำและบังคับบัญชาจิตใจเราได้

การฝึกฝนจิตบ่อย ๆ จึงเป็นหนทางหนึ่งที่เราทุกคนควรจะฝึกและหมั่นทำเป็นประจำ ให้มีสติและจิตมีพลังเข้มแข็ง ผลดีก็จะเกิดแก่เราเองและครอบครัวครับ!!!

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

การเตรียมสอบ : (๗) หลังการสอบ

มีหลายท่าน มีคำถามว่า..หลังจากการสอบมาแล้วควรทำอย่างไรบ้าง?

จากประสบการณ์ที่เข้าสอบมาหลายสนามที่ผ่านมา ขอเล่าประสบการณ์ให้ทุกท่านได้รับทราบบ้าง อาจจะเป็นหลักคิดให้ักับทุกท่านได้บ้าง





ในการสอบครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการสอบครั้งแรกในชีวิต ได้แก่การสมัครสอบคัดเลือกเข้ารับราชการในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ที่ดิน ที่สนามสอบของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๓

การสอบครั้งนี้ มีการจัดสอบที่สนามจังหวัด ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่ดิน ๑ มีอัตราว่าง จำนวน ๖ อัตรา คุณสมบัติของผู้เข้าสอบจะต้องจบมัธยมศึกษาปี่ที่ ๓ (ม.ศ.๓) ขึ้นไป ผู้เขียนจึงได้นำคุณสมบัติจบระดับ ๔ เทียบเท่ามัธยมศึกษาปี่ที่ ๓ เดิมไปสมัครสอบ มีผู้เข้าสอบจำนวนประมาณ  ๒,๐๐๐ คน

ในการสอบดังกล่าว มีเพื่อนไปสอบด้วยกันหลายคน หลังจากออกจากห้องสอบมาแล้ว เพื่อน ๆ ก็คุยกันว่าทำข้อสอบได้ มีโอกาสสอบติดแน่นอน เราฟังแล้ว เกิดใจไหวหวั่น  และมาถามผู้เขียนว่าทำได้มัย ก็ตอบว่า..พอทำได้..แม้จะทำข้อสอบได้ดีก็ต้องไม่คุยโอ้อวดทับถมคนอื่น

อีกประการหนึ่ง ไม่ควรไปฟังเพื่อนคนอื่นคุยมาก จะทำให้เราเสียขวัญและจิตตก ทำให้ไม่สายใจเปล่า ๆ หากมีการสอบในวันอื่นอีก ควรจะทำสมาธิไปอ่านหนังสือเล่มอื่นต่อไป เพราะทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว หากเราไปเสียใจก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ..ต้องทำใจ ปล่อยวาง...

หลังจากการสอบดังกล่าวผ่านไปแล้ว และมีการประกาศผลสอบ ปรากฎว่า..ผู้เขียนสอบได้ลำดับที่ ๑ เพื่อน ๆ ที่คุยไว้ปรากฎว่าสอบไม่ติดสักคน และหาว่าผู้เขียนไม่ยอมบอกข้อสอบอีก ทั้ง ๆ ที่อ่านหนังสือและติวด้วยกันนั่นเอง

จึงเห็นว่า หลังจากมีการสอบผ่านไปแล้ว ควรจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

๑.ประเมินตนเอง ; ควรประเมินการทำข้อสอบที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ การบริหารเวลาทันภายในกำหนดหรือไม่ การอ่านหนังสือคอบคลุมเนื้อหาตามข้อสอบหรือไม่ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาแก้ไขในอนาคต

๒.มีการวางแผน :  มาพิจารณาว่าการสอบในครั้งนี้ มีบทเรียนใดที่เราจะต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงบ้าง การอ่านหนังสือทันหรือไม่ เนื้อหาออกมาตามที่เราอ่านหรือไม่ มีข้อบกพร่องตรงไหน จะแก้ไขอย่างไร หากมีการเปิดสอบอีกครั้ง เราจะแก้ไขจุดบกพร่องดังกล่าวอย่างไร

๓. ต้องปฏิบัติตามแผน : เมื่อเรารู้จุดอ่อน หรือข้อบกพร่องแล้ว มีการวางแผนเพื่อพัฒนาปรับปรุงข้อบกพร่องดังกล่าว แล้วนำแผนดังกล่าวมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เตรียมตัว เตรียมใจ อ่านหนังสือไว้แต่เนิน ๆ เพราะสนามสอบต่าง ๆ เนื้อหาความรู้ไม่ต่างกัน จะต่างกันตรงที่เป็นวิชาเฉพาะตำแหน่งเท่านั่น หากเป็นความรู้ทั่วไปจะเหมือนกันทุกสนาม การเตรียมตัวก่อนย่อมจะมีชัยไปครึ่ง

การสอบทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นสนามใดก็ตาม คนที่มีการประเมินตนเอง มีการวางแผนมาดี และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ย่อมประสบผลสำเร็จ ดั่งคำที่ว่า  "คนที่เตรียมตัวมาดี มีความมั่นใจ ในสมองอัดแน่น " ย่อมมีชัยในทุกสนามครับ !!!

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563

ชีวิตของผู้สูงวัยต้องเผชิญ

วันนี้ ได้รับเมล์จากเพื่อนสมาชิกในไลน์กลุ่ม ได้ส่งข้อความมาให้ อ่านแล้วปราฎว่า มีสภาพเป็นความจริงของผู้สูงวัยที่จะต้องเผชิญ ประกอบกับผู้เขียนอีกไม่กี่เดือนก็ต้องเผชิญเช่นกัน จึงขอนำมาบันทึกไว้เป็นข้อเตือนใจ และหากท่านอื่นได้อ่านแล้ว คงจะเกิดประโยชน์และนำไปใช้ในการดำรงชีวิตสืบไปครับ

*ความจริงที่ผู้สูงวัยต้องเผชิญ...!!!

1. ความสันโดษในบั้นปลายชีวิต

จำนวนคนรอบตัวเรา จะลดลงตลอดเวลา
-คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่ย่าตายายส่วนใหญ่หนีหายกันไปหมดแล้ว
-คนที่อยู่ในวัยเดียวกับเราก็จะเริ่มประสบปัญหาในการดูแลตนเอง
-คนรุ่นหลัง รุ่นลูกหลานก็กำลังง่วนกับชีวิตการทำงานและความเป็นอยู่ของพวกเขา
-คู่ชีวิตของเราเอง ก็อาจจะจากไปก่อนแล้ว เร็วกว่าที่เราคาดไว้

* ดังนั้นเราอาจ ถูกทิ้งไว้อยู่กับวันเวลาที่ว่างเปล่าคนเดียวก็เป็นได้  เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้ได้ และยอมรับกับความสันโดษในบั้นปลายของชีวิตที่จะต้องเกิดขึ้น

2. *สังคม*จะเริ่มให้ความสำคัญกับเราน้อยลงไปเรื่อยๆ
-ไม่ว่าในอดีตเราจะเคยยิ่งใหญ่หรือมีชื่อเสียงมากขนาดไหนก็ตาม
-ความชราจะเปลี่ยนเราให้กลายเป็นเพียงชายแก่ๆหรือหญิงแก่ๆธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
-*สปอตไลท์จะหยุดฉายมาที่เรา และเราจะต้องหัดพอใจกับการยืนอยู่ในมุมห้องหรือเงามืดอย่างเงียบๆเพียงคนเดียว
-เราต้อง เรียนรู้ที่จะยอมรับและยินดีกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า โดยปราศจากการอิจฉาริษยาหรือคับแค้นใจใดๆทั้งสิ้น

3. ถนนสายเส้นทางชีวิตที่เหลืออยู่จะเต็มไปด้วยอันตรายต่างๆ 
คือ โรคภัยไข้เจ็บ ที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่นเส้นเลือดตีบตัน หรือแตกหัก  สมองฝ่อ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไธรอยด์เป็นพิษ อารมณ์แปรปรวน การหลงลืมหรือมะเร็ง เป็นต้น

***สิ่งเหล่านี้เราจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเจ็บป่วย หรือยอมรับมันและดำเนินชีวิตด้วยกุศโลบาย คือ

- *มีจิตใจและความคิดเป็นบวก
-*ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินวันละ 30-45นาที เป็นประจำ
-*ควบคุมการกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ
-*พักผ่อนให้เพียงพอ

4. * เตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตติดเตียง*
เราจะถูกดูแลโดยคนอื่นเหมือนเมื่อแรกเกิดแต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ
ครั้งนั้นเราเคยมีแม่เป็นผู้ดูแล ด้วยความรักอย่างสุดหัวใจแต่เมื่อใกล้วันที่เราจะจากโลกนี้ไป  เราไม่มีแม่เหลืออยู่แล้ว แต่อาจมีญาติที่ใกล้ชิดมาดูแล หรือ อาจมีพยาบาลมาดูแล แต่ต้องยอมรับว่า มันไม่เหมือนกับการดูแลของ แม่ที่ดูแลเราในวัยนอนแบเบาะแน่นอน

ดังนั้น จงฝึกอยู่นิ่งๆ อย่าจู้จี้ขี้บ่น  อย่าทำตัวให้เป็นที่ลำบากของคนอื่น  จงรู้สึกพอใจในสิ่งที่เราได้รับ
ได้เป็น
5.* ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ที่มี หลีกเลี่ยงการนำไปลงทุน หรือ ให้ใครหยิบยืมเด็ดขาด เพราะ เราหมดเวลาแสวงหาเงินทองทรัพย์สมบัติใดๆแล้ว

*** ดังนั้น ผู้สูงวัยทุกคนจงมองชีวิตตามความเป็นจริงของมัน 
-พอใจในสิ่งที่ได้รับ และยินดีกับสิ่งที่มีอยู่

-ใช้ชีวิตให้สนุกขณะที่ยังทำได้

- อย่าเอาเรื่องยุ่งเหยิงของสังคม เช่น เรื่องการเมือง หรือ แม้แต่เรื่องของลูกๆหรือหลานๆมาเป็นปัญหาของตนเอง

-จงใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและเรียบง่าย

-อย่าแสดงตัวว่า เก่งเพราะคิดว่า มีประสบการณ์สูงและผ่าน อะไรๆมามาก

- เมื่ออายุยิ่งมาก เรายิ่งต้องให้ความสำคัญกับการอ่อนน้อมและเคารพให้เกียรติผู้อื่น

***ชีวิตคนเรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ควรปล่อยวาง จงใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบ สุขุม พอเพียงกับการเป็นผู้สูงวัย!!!
..................................

ชีวิตคือการเดินทาง!

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ชีวิต : (๑๙) กฐินพระราชทาน

เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา สำนักงานฯได้รับพระทานให้ไปทอดถวายพระกฐิน ณ วัดหนังวรวิหาร เขตจมอทอง กรุงเทพมหานคร

ในช่วงวันเสาร์ก่อนจะถึงวัดงาน ได้มีโทรศัพท์จากหน้าห้องผู้บริหารแจ้งว่า..ปีนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพุทธศาสนา มาทำหน้าที่เป็นศาสนพิธีกร ขอให้ไปร่วมเป็นศาสนพิธีกรด้วย..

ผู้เขียนยินดีรับด้วยความเต็มใจ เพราะโอกาสเช่นนี้มีไม่บ่อยหนัก อีกทั้งจะทำให้เราได้มีความรู้ และทักษะในการจัดงานดังกล่าวด้วย และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ช่วยงานราชการในครั้งนี้

ตามความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานราชการต่าง ๆ ควรจะมีหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบด้านศาสนพิธี รัฐพิธี และประเพณีสำคัญ ๆ ของชาติด้วย เท่าที่ผ่านมา พอมีพิธีต่าง ๆ เกิดขึ้น ก็จะต้องไปพึงพาหน่วยงานอื่น หรือบุคลากรภายนอก

ผู้เขียนได้เสนอผู้บริหารเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้รับการสนใจ หากย้อนไปดูหน่วยงานอื่น เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศก็จะมีหน่วยอนุศาสนาจารย์ มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านนี้ ในหน่วยงานพลเรือนเท่าที่ทราบก็จะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ ที่มีตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ ที่ทำหน้าที่ด้านนี้โดยตรง

หลังจากได้รับมอบหมายแล้ว จำเป็นต้องมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการทำพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง จะต้องเรียงลำดับขั้นตอนอย่างไร ตั้งแต่ต้่น จนจบกระบวนการ
และนอกจากนี้จะต้องมีการไปดูพิื้นที่จริง มีการซ้กซ้อมพิธีก่อนจะถึงวันจริง

จากการค้นคว้าในอินเทอร์เน็ด ไม่น่าเชื่อว่ามีบางหน่วยงาน ได้มีการจัดทำคู่มือการทำพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ไว้ด้วยก็มี  ในคู่มือได้จัดทำกระบวนงาน ขั้นตอน การทำพิธีอย่างละเอียด พร้อมทั้งยังมีเอกสารการบันทึกการปฏิบัติงานไว้ประกอบการศึกษาอีกด้วย

และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ ได้เดินทางไปดูพื้นที่จริง โดยตรวจสถานที่ศาลาการเปรียญ พระวิหาร พระอุโบสถ ตลอดจนเส้นทางในการเดินเข้าสู่พระอุโบสถอีกด้วย

ผู้เขียนรู้สึกดีใจและแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเคยตั้งใจอยากจะไปกราบหลวงปู่เอี่ยมฯมานานแล้ว แต่ไม่ทราบว่าท่านพำนักอยู่ที่วัดหนังมาก่อน เมื่อได้มาถึงบริเวณวัด ก็ได้เข้าไปกราบสักการะหลวงปู่เอี่ยม ณ วิหารของวัดในครั้งนี้

ในวิหารดังกล่าว ได้จากรึกคาถาพระมงกฎเกล้าไว้ด้านหน้ารูปเหมือนของหลวงปู่เอี่ยมฯไว้ด้วย คาถาดังกล่าวได้เคยท่องมานานแล้ว และใช้ภาวนาในการเดินทางมาตลอด ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มากราบสักการะท่านในชี้วีตนี้ และแถมยังได้มาเป็นศาสนพิธีกรในการทอดถวายพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ด้วย

จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ในชีวิตของตนเองครับ



ประวัติ
วัดหนังราชวรวิหาร สร้างขึ้นประมาณปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏผู้สร้าง วัดนี้เป็นวัดโบราณ เป็นวัดร้างมากว่า 200 ปีแล้ว ตั้งอยู่ ณ ฝั่งขวาหรือนัยหนึ่ง ฝั่งเหนือคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เลขประจำวัด 200 เดิมเป็นวัดราษฎร์ มีสืบมาแต่โบราณ มีนามว่าวัดหนังมาแต่เดิม และได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2460 เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบต่อจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2367 ในสมัยของพระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทำการฉลองวัดหนัง ณ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2380 นั่นเอง การเริ่มสถาปนาคงอยู่ในระหว่าง พ.ศ. 2367 ถึง พ.ศ. 2378 และปรากฏเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบันถึง 9 พระองค์ และเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ พระวิเชียรโมลี (ขวัญชัย นิติสาโร ป.ธ.๙) เริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 สืบต่อจาก พระธรรมศีลาจารย์ (สุกรี สุตาคโม)

การสถาปนาวัด[แก้]

การสถาปนาวัดหนังคงจะอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ไม่ทราบว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ใครบ้างเป็นผู้ดูแลการก่อสร้าง แต่มีปรากฏในพงศาวดารภาคที่ 33 บุพภาคพระธรรมเทศนาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า กรมหมื่นพิทักษ์ทรงเป็นนายด่านทำการจนแล้วสำเร็จ
(จาก..วิกิมีเดีย)

การประชุมคณะทำงานฯ: (๑)ยกร่างตัวชี้วัด

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ สพร.ได้จัดประชุมคณะทำงานกำหนดตัวชี้วัดและกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการฯปีงบประมาณ ๒๕๖๓



ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบหลักการกำหนดกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ โดยฝ่ายเลขาฯได้นำเสนอการเปรียบเทียบการจัดทำตัวชี้วัดของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่สำนักงานกพร. สำนักงานศาลยุติธรรม และอส. เพื่อเป็นข้อมูลในการยกร่างตัวชี้วัดในครั้งนี้





ฝ่ายเลขาฯได้เสนอการเปรียบเทียบการจัดทำตัวชี้วัดฯประกอบด้วยที่มากรอบการประเมินฯ กรอบการประเมินฯ ประเด็นการประเมิน จำนวนตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมิน การประเมิน วิธีการประเมิน หน่วยรับการประเมิน รอบการประเมิน และการอุทธรณ์ตัวชี้วัด นอกจากนี้ยังสรุปการวิเคราะห์ความเหมือน และความแตกต่างของแต่ละหน่วยงานด้วย



หลังจากนั้น ฝ่ายเลขาฯได้นำเสนอผลการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ รอบ ๑๒ เดือน (ประเมินตนเอง) ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาอย่างกว้างขวาง คณะทำงานบางท่านได้แสดงความคิดเห็นประกอบ พิจารณาถึงผลดี ผลเสีย และประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประชาชนและองค์กร ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ยกเลิกตัวชี้วัดบางส่วน ที่มีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย มีผลกระทบต่ององค์กรน้อย และมีการวัดผลมาหลายปี นอกจากนี้ยังมีการชลอและนำไปทบทวนตัวชี้วัดบางตัว เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ค่อยนำมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

การประชุมครั้งนี้ แม้จะเป็นการประชุมครั้งแรก แต่ได้เนื้อหาสาระ คณะทำงานฯต่างให้ความสนใจและกระตือรือร้นที่จะร่วมให้ความคิดเห็นและร่วมยกร่างตัวชี้วัดของปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ อย่างดียิ่งครับ