วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผู้บริหารงานมาก เพราะ...?

มีข้าราชการบ่นกันมากว่า ผู้บริหารมีงานมากมาย มีงานประชุมทั้งภายนอก และภายใน งานลงนามในหนังสือต่าง ๆ มีแฟ้มล้นโต็ะ ไม่มีเวลาที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ กลายเป็นนักปฏิบัติการระดับสูง ไม่ใช่...นักบริหารระดับสูง

การประชุมของคณะทำงานที่มีผู้บริหารเป็นประธาน จะนัดประชุมแต่ละครั้ง ต้องใช่เวลารอนาน เพราะต้องหาคิวล่วงหน้าเป็นเดือน ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปด้วยความล้าช่า

การทำงานของหน่วยงาน ปัจจุบันนิยมการแต่งตั้งคณะทำงานเสียส่วนใหญ่ จะทำอะไรสักอย่าง จะต้องแต่งตั้งคณะทำงาน คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานย่อย และคณะอื่น ๆ อีกมากมาย

ถามว่า...ทำไมต้องแต่งตั้งคณะทำงาน คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะอื่น ๆ อีกมากมาย คงตอบว่า...เพื่อต้องการการมีส่วนร่วม หลายหัวดีกว่าหัวเดียว เพื่อความรอบคอบในการพิจาณาเรื่องต่าง ๆ และที่สำคัญจะได้มีคนมาร่วมรับผิดชอบร่วมกัน !!!

การขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ จึงเป็นไปดวยความอีดอาด เพราะต้องรอการประชุม เมื่อประชุมแล้ว ต้องมาจัดทำรายงานการประชุม ต้องเวียนแจ้งมติที่ประชุม ต้องรายงานมติที่ประชุมของคณะกรรมการให้ผู้บริหารพิจารณ เพื่อตัดสินใจ...มีขั้นตอนอีกมากมาย

การที่ผู้บริหารมีงานมากมาย เนื่องจากงานบางอย่างกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งกำหนดไว้ ต้องเป็นผู้บริหารสูงสุดเท่านั้น จะสั่งได้

งานบางอย่าง ผู้บริหารสามารถมอบอำนาจหรือกระจายอำนาจได้ แต่ไม่ยอมกระจายอำนาจ ต้องทำเองคนเดียว...ประเภทหวงอำนาจ

ระบบงานของประเทศไทย จะยึดตัวบุคคลเป็นสำคัญ หากผู้บริหารสูงสุดไม่เอาด้วยก็ไม่ทำ จะทำอะไรต้องผ่านผู้มีอำนาจเท่านั้น ถ้าผู้บริหารสูงสุดไม่เอาด้วย ทุกอย่างก็จบ!!!

วัฒนธรรมขององค์กร เคารพระบบอาวุโส จะทำอะไร ต้องดูคนที่อยู่สูงกว่าเป็นหลัก ไม่กล้าที่จะลงมือทำเอง หากผู้บริหารไม่เปิดไฟเขียว...ทุกอย่างก็จบ

เท่าที่ตรวจสอบดูในเรื่องการดำเนินคดีอาญาอย่าง มีเรื่องที่จะต้องเสนออัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาเป็นจำนวนมาก ลองไปตรวจสอบดูว่า ระเบียบการดำเนินคดี ได้กำหนดงานเรื่องใด ที่จะต้องเสนอผู้บริหารสูงสุด  ดังนี้

กระบวนงานตามระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๗
ที่ต้องเสนอรองอัยการสูงสุด/อัยการสูงสุด

๑)การรายงานข้อบกพร่องของกฎหมาย                                            (ข้อ ๑๒)
๒) คดีสำคัญ กรณีอธิบดีอัยการร่วมดำเนินคดี                                    (ข้อ ๑๕)
๓) การรายงานคดีสำนวนค้าง                                                            (ข้อ ๑๖)
๔) พนักงานอัยการเข้าร่วมสอบสวน                                                   ( ข้อ ๒๖)
๕) พนักงานสอบสวนบกพร่อง/ไม่ให้ความร่วมมือ                             ( ข้อ ๒๗)
๖) การสอบสวนคดีนอกราชอาณาจักรฯ                                           ( ข้อ ๒๘)
๗) หารสั่งคดีนองราชอาณาจักรฯ                                                       ( ข้อ ๒๙)
๘) การดำเนินชั้นอุทธรณ์-ฎีกา คดีนอกราชฯ                                     (ข้อ ๓๐,๓๑)
๙) การสั่งเพิกถอนยุติคดี (อธิบดีสั่ง)                                                  ( ข้อ ๕๔)
๑๐)  การโต้แย้งการโอนสำนวนคดี                                                    (ข้อ ๕๙)
๑๑) สำนวนคดีที่ชี้แย้ง                                                                      (ข้อ  ๖๔,๖๕)
๑๒) การดำเนินคดีผู้ต้องการกันเป็นพยาน                                        ( ข้อ ๗๙)
๑๓) คดีวิสามัญฆาตกรรม/การรายงาน                                             ( ข้อ ๘๙,๙๑)
๑๔) การสั่งคดีเอกภาพ                                                                    ( ข้อ ๙๒)
๑๕) ความผิดกรรมเดียวอาจถูกดำเนินคดีหลายครั้ง                             (ข้อ ๙๓)
๑๖) การถอนฟ้อง                                                                                 ข้อ ๒๑๔)
๑๗) คดีเห็นแย้งชั้นอุทธรณ์-ฎีกา                                                         (ข้อ ๑๔๗)
๑๘) รายงานผลคดีที่ อสส.สั่งฟ้อง/ชั้นอุทธรณ์-ฎีกา                              ( ข้อ  ๑๔๙)
๑๙) การแนะนำตักเตือนอัยการศาลสูง                                             (ข้อ ๑๔๙)
๒๐) คดีที่อัยการสูงสุดชี้ชาด                                                               (ข้อ ๑๕๑)
๒๑) การรับรองอุทธรณ์/ฎีกา                                                                (ข้อ ๑๕๒)
๒๒) รายงานข้อบกร่องอัยการศาลสูง                                                      (ข้อ  ๑๕๓)
๒๓) ขออนุญาตฟ้อง                                                                             (ข้อ ๑๖๗)
๒๔) การคุ้มครองเด็กไม่มีในกม.                                                          (ข้อ ๑๗๗)
๒๕) ผอ.สถานพินิจไม่ปฏิบัติตามพนักงานอัยการ                            (ข้อ  ๑๘๕)
๒๖) รายงานผลคดีศาลฎีกา                                                               (ข้อ ๑๙๖,๑๙๘)
๒๗) รายงานผลคดีสำคัญ                                                                   (ข้อ ๑๙๗)
๒๘) สำเนาคำพิพากษาคดีชี้ขาด                                                        (ข้อ ๑๙๙)
๒๙) การพิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกา                                            (ข้อ ๒๐๐)
๓๐) การรื้อฟื้นคดีอาญา                                                                      (ข้อ ๒๐๔)
๓๑) การแจ้งผลคดีรื้อฟื้นคดีอาญา                                                    (ข้อ ๒๑๐)
๓๒) แก้ต่างคดีอาญาที่หน่วยงานรัฐเป็นจำเลย                                  (ข้อ ๒๑๓)
๓๓) รายงานคดีสำคัญ                                                                  (ข้อ ๑๒๘)

จะเห็นว่า แค่ระเบียบการดำเนินคดีอาญา ซึ่งเป็นภารกิจหลักขององค์กรเท่านั้น ยังมีจำนวนเรื่องที่จะต้องเสนอผู้บริหารสูงสุด จำนวนมาก ในแต่ละปีมีคดีเข้าสูการพิจาณา ปีละประมาณ ๗ - ๘ แสนกว่าคดี ไม่ร่วมคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะมีคดีขึ้นสู่ผู้บริหารเป็นจำนวนมาก

การที่จะลดงานของผู้บริหารลง คงจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย การกระจายอำนาจ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร การปรับปรุงกระบวนงานการนำระบบเทคโนโลยีมาสนัลสนุน  และการพัฒนาบุคคลากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญน่าจะทำ..เปลี่ยนทัศนคติเสียที ที่ว่า..อัศวินม้าขาว ...วีระบุรุษ..ครับ

โลกปัจจุบัน ต้องทำงานกันเป็นทีม มีการบูรณาการกันแล้ว








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น