วันนี้ ตื่นประมาณตี ๐๕.๐๐ น. ได้ฝึกนั่งสามาธิ โดยเริ่มไหว้พระ สวดมนต์ด้วยบทอิติปิโส พาหุงมหากา เสร็จแล้ว ได้นำบทสวดคาถาเงินล้าน ของหลวงพอ่ฤาษี ลิงดำ วัดท่าซุง มาเป็นองค์ภาวนา
แรก ๆ จิตไม่สามารถรวมเข้าเป็นสมาธิ จิตใจจะยังวอกแวก เตลิดออกไปข้างนอก ทำให้การภาวนายังไม่คล่อง การหายใจก็ฝืด ไม่ลื่นไหล ทำให้การภาวนาติดขัด หายใจไม่เป็นจังหวะ ขาดความต่อเนื่อง
จิตของคนเราตามปกติจะชอบไหลลงไปทางต่ำ และวิ่งออกนอกกายตนเอง ไปยึดติดตามอารมณ์ต่าง ๆ ที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ
ส่วนมากจิตใจจะชอบไปติดและเสาะหาแต่อารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น สภาพแวดล้อม และนำมาคิดปรุงแต่งไปต่าง ๆ นานา การหางานให้จิตทำ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของจิตนั่นจะต้องทำ
หากปรุงแต่งไปในทางทีดี มีประโยชน์ ก่อความสุข ความสบายใจ ความเยือกเย็นใจ และความสงบใจ ก็จะทำให้สุขภาพจิตใจมีอารมณ์ดี เพลิดเพลินไปตามการปรุงแต่งนั่น...มีความสุข
หากปรุงแต่งไปในทางที่ไม่ดี มีโทษกับตนเอง และผู้อื่น ทำให้จิตใจความเศร้าหมอง เครียด วิตก กังวล คิดไปในทางลบ มีการปรุงแต่งในทางร้าย ๆ ก็จะทำให้จิตใจมีความร้อนรน กระเสือกกระสน ไม่มีหลักจับ ก็จะส่งผลให้การกระทำออกมาทางกาย ใบหน้า เศร้าหมอง กลายเป็นคนเครียด คนวิตกจริต...มีความทุกข์
ก็ต้องพยายามดึงจิตใจเหล่านนั่นเข้ามาสู่บทที่เราสวดภาวนา ใช้เวลาสักพัก ก็จะเริ่มเข้าที่ มีการจดจ่อกับบทสวดที่เรากำลังสวดอยู่ การหายใจเป็นจังหวะ การภาวนาไม่ติดขัด เริ่มคล่องตัว สมาธิค่อย ๆ มีเพิ่มขึ้น ๆ ..หางานให้จิตทำ
เมื่อจิตเริ่มมีสมาธิ การสวดมนต์ก็จะเริ่มคล่อง จิตก็จะมุ่งไปจดจ่ออยู่กับบทที่เราสวด ทำให้การสวดมีจังหวะ คล่องแคล่ว สภาพของจิตใจขณะนั้น จะมีอาการอ่อนโยน ไม่กระด้าง จิตมีความนุ่มนวล ละเอียดลงไป ทำให้กายเริ่มเบาสบาย จิตใจมีความสงบ ความเยือกเย็น เข้ามาแทนที่
เมื่อเรานั่งสวดภาวนาไปสักพักหนึ่ง ใจมีสมาธิมั่นคงขึ้น การสวดคล่องแคล่ว ไม่ตกหล่น ใจมีความเย์อกเย็น มีความสงบเกิดขึ้น สักพักหนึ่ง ใจจะเริ่มมีความสวางไสวเกิดขึ้น..จิตเริ่มทำงาน เกิดพลัง...
ทำให้ตัวเราเองเบา นั่งตัวตรง กายไม่หนัก จิตใจไม่หวั่นไหว จดจ่ออยู่กับบทสวดที่เรากำลังสวดอยู่ จิตใจจะสงบ เยือกเย็น การสวดก็จะมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น จิตจะเพ่งและติดตามเสียงภาวนา ไม่มุ่งเอาปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ
ขณะนั่งภาวนา แม้จะมีเสียงรบกวนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องบิน เสียงรถจักรยานต์รับจ้าง เสียงบ้านข้าง ๆ กำลังทำกับข้าว หรือเสียงสุนัขของบ้านตรงข้าม เสียงเหล่านี้ก็จะไม่สร้างความรำคาญใจให้กับเราแต่อย่างใด ..จิตมีอาการเข็มแข็ง
ในระหว่างการนั่งพยายามจะแยกเสียง และจิตใจให้ออกจากกัน ได้ยินเพียงสักแต่ได้ยิน แล้วปล่อยผ่านไป ไม่นำเสียง หรือสิ่งที่กระทบดังกล่าว เข้ามาปรุงแต่งในทางดี หรือ ทางเลว จิตใจจะอยุ่กลาง ๆ ไม่ยินดี ยินร้าย ไม่ไปยึดเอาอารมณ์ข้างนอกมากยึดติดไว้กับจิตใจ ปลอ่ยให้ทุกอย่าง เป็นไปตามธรรมชาติของสรรพสิ่ง
เมื่อนั่งไปได้ตามเวลาที่กำหนด แม้คืนที่ผ่านมาจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะไปดื่มกาแฟมา แต่ร่างกายก็ไม่เหน็ดเหนื่อย ยังมีความสดชื่น กระฉับกระเฉง ตื่นไปทำงานตามปกติ
จิตตัง ทันตัง สุขาวหา : การฝึกจิต นำสุขมาให้ ...ดั่งที่พระพุทธตรัสไว้นั่นเอง
หากเราได้ฝึกจิตจนมีความมั่นคงแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว กับสรรพสิ่งที่มากระทบใจของเรา เพราะสรรพสิ่งเรานั่นไม่สามารถมาทำลายเราได้ ถ้าเราไม่ยอมรับสรรพสิ่งเหล่านั่นเข้านั่งอยู่ในหัวใจของเรา !!!
การรบกับอารมณ์ที่มากระทบกับเรา หากจิตใจมีความเข้มแข็ง อารมณ์เหล่านั่นก็ไม่สามารถจะเข้ายึดหัวใจเราได้ แต่ยามใดที่ใจเราอ่อนแอ แม้คารมปากของคนอื่นมากระทบเข้า ยังทำใจของเราให้อ่อนไหว และแพ้พ่ายได้เลย..การฝึกจิตก็เพื่อสิ่งเหล่านี้นี่เอง !!!



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น