ใบปริญญา ถือว่าเป็นความหวัง และความฝันของทุกคน เกิดมาทั้งที หากมีโอกาสจะต้องเรียนให้จบปริญญาให้ได้
บางท่านบอกว่า..จบปริญญาตรีไม่พอแล้ว ปัจจุบันต้องเรียนให้จบปริญญาโท..
เราเองแค่จะเรียนให้จบปริญญาตรี ก็ยากเย็นและแสนเข็ญแลว จะมีปัญญาที่ไหนไปเรียนจนจบปริญญาโท ต้องรอชาติหน้ากระมั่ง !!!
ผู้เขียนเอง ช่วงที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๕ (ม.ศ.๕) อยากจะเข้าเรียนระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย กับคนอื่นเขา แต่ได้แต่ฝัน เพราะไม่ทุนสำหรับการเข้าไปศึกษาในสถาบันดังกล่าว
หลังจากได้เข้ารับราชการแล้ว จึงมุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี โดยสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปีพ.ศ.๒๕๒๓ ในสาขานิติศาสตร์บัณฑิต
ปรากฎว่า ได้ลงเรียนมาเป็นเวลากว่า ๘ ปี ก็ไม่จบ สอบผ่านได้ประมาณ ๗๔ หน่วยกิต ในนปีแรกที่เข้าเรียน ลงทะเบียนจำนวน ๒๔ หน่วยกิต สอบผ่านทุกวิชา พอขึ้นปีที่ ๒ จะต้องทำข้อสอบแบบอัตนัย ต้องเขียนคำตอบอย่างเดียว ปรากฎสอบตกแทบทุกวิชา หมดกำลังใจไปพักหนึ่ง
ก็ลงเรียนต่อ ช่วงนั่นทำงานราชการที่จังหวัดเชียง และลำปาง ถึงเวลาจะสอบต้องเดินทางเข้ามาสอบที่กรุงเทพฯหลายวัน ต้องเวียเวลา และค่าใช้จ่ายมาก
จึงได้ตัดสินใจขอย้ายเข้ามาปฏิบัติราชการที่กรุงเทพฯ และตั้งใจ และมุ่งมั่นจะเรียนให้จบ แต่ชะตาชีวิตกลับตาลปัตร และได้แต่งงานมีครอบครัว และบุตรสาวตามมา ส่งผลให้การเรียนไม่ราบรื่นดั่งว่า จึงจำเป็นต้องหยุดเรียน แม้จะใช้เวงเรียนมานานกว่า ๘ ปี สรุปแล้ว เรียนไม่จบดั่งฝัน
หลังจากนั่นมาอีกเกือบสิบปี เมื่อลูกสาวเข้าเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๒ แล้ว จึงได้ตัดสินใจเข้าเรียนภาคพิเศษ ในวันเสาอาทิตย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ใชเ้วลาเรียนประมาณ ๕ ปี จึงจบปริญญาตรี สาขา ศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ.) สาขา การจัดการทั่วไป
ด้วยความเจ็บใจที่เรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง เป็นเวลานานกว่า ๘ ปี ไม่จบ เพื่อจะล้างแค้นที่เคยได้รับความเจ็บปวดมา จึงได่สมัครลงเรียนคณะนิติศาสตร์บัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยโอนหน่วยกิตพื้นฐานจากระดับปริญญาตรีได้ จำนวน ๖ ชุดวิชา จะต้องเรียนจำนวน ๑๘ ชุดวิชา ใช้เวลาเรียนจำนวน ๓ ปี
จึงได้มุ่งมันเรียนอย่างจริงจัง ส่งผลให้เรียนจบภายใน ๒ ปี ครี่ง โดยลงเรียนในแต่ละเทอม ผ่านเกือบทุกวิชา มีสอบตกจำนวน ๑ วิชา คือ วิชากฎหมายภาษีอากร เท่านั่น และได้รับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์บัณฑิต (น.บ.) ใบที่สองได้สมดั่งความประสงค์
ในช่วงการเรียนดังกล่าว ผู้เขียนต้องพาครอบครัวไปเรียนเสริมของมหาวิทยาลัย ตามศูนย์การเรียนในจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครรชสีมา ศรีสะเกษา อุบลราชธานี และจังหวัดขอนแก่น
ทำให้ได้เพื่อนที่ร่วมเรียนด้วยกันหลายคน ไปเรียนที่ศูนย์ต่างจังหวัดก็เดินทางไปด้วยกัน ยามว่างก็มานั่งพูดคุยเรื่องวิชาที่เรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ส่งผลให้เพื่อน ๆ ที่เรียนมาด้วยกัน จบปริญญาตรีกันทุกคน
การเรียนที่มีเพื่อนจะทำให้เรามีกำลังใจ และหึกเหิมตลอด กลัวไม่ทันเพื่อน จำเป็นขยัน และอ่านหนังสือตลอดเวลา
เพื่อให้การเรียนจบตามที่ตั้งใจไว้ จึงได้วางกฎเกณฑ์สำหรับตนเองในการอ่านหนังสือ ใแต่ละวันจะต้องหนังสือให้ได้วันละ ๕๐ หน้า/วัน หากวันไหนไม่ได้อ่าน วันต่อไปต้องอ่านทบต้นจนกว่าจะครบ
นอกจากนั่นยังกำหนดและบังคับตนเองว่า...ว่างเมื่อใด จะต้องอ่านกฎหมายเมื่อนั่น ขยันก็อ่าน ขี่เกียจก็อ่าน...ส่งผลให้เราเกิดความเคยชิน วันไหนไม่ได้อ่านหนังสือ วันนั่นจะนอนไม่หลับ
สิ่งสำคัญที่สุดที่มีส่วนทำให้ประสบผลสำเร็จในการเรียน กล่าวคือ จะต้องหาหนังสือและคำแนะนำรุ่นพี่ ที่เขาเรียนมาและประสบผลสำเร็จ เขาจะแชร์ประสบการณ์ และแนะนำเคล็บลับ/เทคนิคของการเรียนให้เรานำไปปฏิบัติ เราก็ลองนำมาฝึกให้เข้ากับจริตของเรา อันไหนที่เราสามารถทำได้ ก็ต้องฝึกและนำไปปฏิบัติ
ด้วยการปฏิบัติการดังกล่าว จึงส่งผลให้เรียนจบภายใน ๒ ปีครึ่ง ความฝันจะกลายเป็นจริง เหนือสิ่งอื่นใด เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง หากทำเหมือนเดิม ผลก็ไม่แตกต่างจากเดิม หากท่านต้องการผลไม่เหมือนเดิม ท่านจะต้องทำเหตุไม่เหมือนเดิม
ความฝันที่เคยตั้งใจและฝันไว้ตั้งแต่หนุ่ม แม้จะต้องใช้เวลาเกือบ ๒๐ ปี กว่าความฝันจะกลายเป็นจริง จึงเป็นความอัศจรรย์ของชีวิต เพราะไม่เคยคาดคิดว่า...ความฝันจะกลายเป็นความจริง...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น