วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ชีวิต (๔) :ปริญญา

ใบปริญญา ถือว่าเป็นความหวัง และความฝันของทุกคน เกิดมาทั้งที หากมีโอกาสจะต้องเรียนให้จบปริญญาให้ได้

บางท่านบอกว่า..จบปริญญาตรีไม่พอแล้ว ปัจจุบันต้องเรียนให้จบปริญญาโท..

เราเองแค่จะเรียนให้จบปริญญาตรี ก็ยากเย็นและแสนเข็ญแลว จะมีปัญญาที่ไหนไปเรียนจนจบปริญญาโท ต้องรอชาติหน้ากระมั่ง !!!

ผู้เขียนเอง ช่วงที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๕ (ม.ศ.๕) อยากจะเข้าเรียนระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย กับคนอื่นเขา แต่ได้แต่ฝัน เพราะไม่ทุนสำหรับการเข้าไปศึกษาในสถาบันดังกล่าว

หลังจากได้เข้ารับราชการแล้ว จึงมุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี โดยสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปีพ.ศ.๒๕๒๓ ในสาขานิติศาสตร์บัณฑิต

ปรากฎว่า ได้ลงเรียนมาเป็นเวลากว่า ๘ ปี ก็ไม่จบ สอบผ่านได้ประมาณ ๗๔ หน่วยกิต ในนปีแรกที่เข้าเรียน ลงทะเบียนจำนวน ๒๔ หน่วยกิต สอบผ่านทุกวิชา พอขึ้นปีที่ ๒ จะต้องทำข้อสอบแบบอัตนัย ต้องเขียนคำตอบอย่างเดียว ปรากฎสอบตกแทบทุกวิชา หมดกำลังใจไปพักหนึ่ง

ก็ลงเรียนต่อ ช่วงนั่นทำงานราชการที่จังหวัดเชียง และลำปาง ถึงเวลาจะสอบต้องเดินทางเข้ามาสอบที่กรุงเทพฯหลายวัน ต้องเวียเวลา และค่าใช้จ่ายมาก

จึงได้ตัดสินใจขอย้ายเข้ามาปฏิบัติราชการที่กรุงเทพฯ และตั้งใจ และมุ่งมั่นจะเรียนให้จบ แต่ชะตาชีวิตกลับตาลปัตร และได้แต่งงานมีครอบครัว และบุตรสาวตามมา ส่งผลให้การเรียนไม่ราบรื่นดั่งว่า จึงจำเป็นต้องหยุดเรียน แม้จะใช้เวงเรียนมานานกว่า ๘ ปี สรุปแล้ว เรียนไม่จบดั่งฝัน

หลังจากนั่นมาอีกเกือบสิบปี เมื่อลูกสาวเข้าเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๒ แล้ว จึงได้ตัดสินใจเข้าเรียนภาคพิเศษ ในวันเสาอาทิตย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ใชเ้วลาเรียนประมาณ ๕ ปี จึงจบปริญญาตรี สาขา ศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ.) สาขา การจัดการทั่วไป

ด้วยความเจ็บใจที่เรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง เป็นเวลานานกว่า ๘ ปี ไม่จบ เพื่อจะล้างแค้นที่เคยได้รับความเจ็บปวดมา จึงได่สมัครลงเรียนคณะนิติศาสตร์บัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยโอนหน่วยกิตพื้นฐานจากระดับปริญญาตรีได้ จำนวน  ๖ ชุดวิชา จะต้องเรียนจำนวน ๑๘ ชุดวิชา ใช้เวลาเรียนจำนวน ๓ ปี

จึงได้มุ่งมันเรียนอย่างจริงจัง ส่งผลให้เรียนจบภายใน ๒ ปี ครี่ง โดยลงเรียนในแต่ละเทอม ผ่านเกือบทุกวิชา มีสอบตกจำนวน ๑ วิชา คือ วิชากฎหมายภาษีอากร เท่านั่น และได้รับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์บัณฑิต (น.บ.) ใบที่สองได้สมดั่งความประสงค์

ในช่วงการเรียนดังกล่าว ผู้เขียนต้องพาครอบครัวไปเรียนเสริมของมหาวิทยาลัย ตามศูนย์การเรียนในจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครรชสีมา ศรีสะเกษา อุบลราชธานี และจังหวัดขอนแก่น

ทำให้ได้เพื่อนที่ร่วมเรียนด้วยกันหลายคน ไปเรียนที่ศูนย์ต่างจังหวัดก็เดินทางไปด้วยกัน ยามว่างก็มานั่งพูดคุยเรื่องวิชาที่เรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ส่งผลให้เพื่อน ๆ ที่เรียนมาด้วยกัน จบปริญญาตรีกันทุกคน

การเรียนที่มีเพื่อนจะทำให้เรามีกำลังใจ และหึกเหิมตลอด กลัวไม่ทันเพื่อน จำเป็นขยัน และอ่านหนังสือตลอดเวลา

เพื่อให้การเรียนจบตามที่ตั้งใจไว้ จึงได้วางกฎเกณฑ์สำหรับตนเองในการอ่านหนังสือ ใแต่ละวันจะต้องหนังสือให้ได้วันละ ๕๐ หน้า/วัน หากวันไหนไม่ได้อ่าน วันต่อไปต้องอ่านทบต้นจนกว่าจะครบ

นอกจากนั่นยังกำหนดและบังคับตนเองว่า...ว่างเมื่อใด จะต้องอ่านกฎหมายเมื่อนั่น  ขยันก็อ่าน ขี่เกียจก็อ่าน...ส่งผลให้เราเกิดความเคยชิน วันไหนไม่ได้อ่านหนังสือ วันนั่นจะนอนไม่หลับ

สิ่งสำคัญที่สุดที่มีส่วนทำให้ประสบผลสำเร็จในการเรียน กล่าวคือ จะต้องหาหนังสือและคำแนะนำรุ่นพี่ ที่เขาเรียนมาและประสบผลสำเร็จ เขาจะแชร์ประสบการณ์ และแนะนำเคล็บลับ/เทคนิคของการเรียนให้เรานำไปปฏิบัติ เราก็ลองนำมาฝึกให้เข้ากับจริตของเรา อันไหนที่เราสามารถทำได้ ก็ต้องฝึกและนำไปปฏิบัติ

ด้วยการปฏิบัติการดังกล่าว จึงส่งผลให้เรียนจบภายใน ๒ ปีครึ่ง ความฝันจะกลายเป็นจริง เหนือสิ่งอื่นใด เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง หากทำเหมือนเดิม ผลก็ไม่แตกต่างจากเดิม หากท่านต้องการผลไม่เหมือนเดิม ท่านจะต้องทำเหตุไม่เหมือนเดิม

ความฝันที่เคยตั้งใจและฝันไว้ตั้งแต่หนุ่ม แม้จะต้องใช้เวลาเกือบ ๒๐ ปี กว่าความฝันจะกลายเป็นจริง จึงเป็นความอัศจรรย์ของชีวิต เพราะไม่เคยคาดคิดว่า...ความฝันจะกลายเป็นความจริง...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น