มีสถานที่ ๔ แห่ง ที่ทุกคนไม่อยากเข้าไปใช้บริการ ได้แก่โรงพัก ศาล เรือนจำ โรงพยาบาล เพราะสถานที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเป็น ความตายของชีวิต
ผู้เขียนตั้งแต่ได้เข้ารับราชการที่สำนักงานอัยการสูงสุด พอเข้ามาบรรจุใหม่ ๆ หน้าที่แรกที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ได้แก่การปฏิบัติหน้าที่ยื่นฟ้องต่อศาล การประสานงานกับศาล และตำรวจ
ตื่นเช้าขึ้นมาสิ่งที่ต้องทำประจำคือ ต้องมาตรวจสอบที่สมุดนัดทำการ(บ.๒)ของสำนักงานทุกเช้า เพื่อตรวจสอบว่าในแต่ละวัน มีการนัดส่งตัวผู้ต้องหากี่เรื่อง ครบฝากขังกี่คดี มีคดีที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาจำนวนกี่คดี พนักงานอัยการท่านใดเป้นเจ้าของสำนวน เพื่อจะได้ติดตามเรื่องตามที่กำหนดนัดหมายไว้
ในแต่ละวันจึงได้พบเห็นใบหน้าของผู้ต้องหา พยาน จำเลย และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการมีคดีขึ้นสู่ศาลในแต่ละวัน
บางคนทำความผิดมาเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำไปเพราะความคิดชั่ววูบ ทำไปเพราะความจำเป็นและป้องกันตัว และบางคนทำไปเพราะมีเถยจิตที่เป็นผู้ร้ายด้วยความเคยชิน
แม้ว่าผู้เขียนจะได้ย้ายไปทำงานในที่ใด ชีวิตก็มักจะต้องเกี่ยวข้องกับการไปศาล ห้องขัง และโรงพักม่าตลอดของชีวิตการรับราชการ
ในช่วงที่ไปปฏิบัิติราชการที่สำนักงานอัยการจังหวัดแห่งหนึ่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่ต้องไปยื่นฟ้องต่อศาล ยื่นอุทธรณ์ ฎีกา การฝากขัง และทำเวรชี้ ประสานงานศาล กับพนักงานสอบสวนนานกว่า ๑๐ ปี
และก่อนที่จะได้ัรับแต่งตั้งขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของสำนักงานฯ ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่กเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือกฎหมายแก่ประชาชน เป็นเจ้าหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี การออกไปเผยแพร่กฎหมาย การจัดฝึกอบรมกฎหมายเบื้องต้นให้กับผู้นำหมู่บ้าน การคุ้มครองสิทธิ และการไกล่เกลี่ยประนีประนอมให้กับประชาชนที่มีความเดือดร้อนมานานหลายปี และบางช่วงก็ต้องไปยุ่งกับศาลและตำรวจเช่นกัน
จึงเป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงของชีวิตราชการ แม้จะโยกย้ายไปรับราชการที่ใด ก็จะไม่พ้นที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับศาล และโรงพัก
นี่คือ ความอัศจรรย์ของชีวิตของตนเองครับ !!!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น