หน่วยงานที่อยู่ในกระวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยของศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้ากลุ่มงาน ควรจะต้องจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ จึงจะได้รับความเชื่อถือและมีความเหมาะสม
ผู้เขียนเข้ารับราชการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๓ ผ่านหัวหน้างานมาหลายท่าน และหลายสำนักงาน ก็ยังไม่ปรากฎว่ามีหัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานคนใดจบปริญญาตรีด้านกฎหมาย จะมีก็เพียงจบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และไต่เต้าขึ้นมาจนได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย
มาระยะหลัง ๆ สำนักงานฯมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการไปศึกษาต่อ เพราะปรากฎว่ามีสถิติข้าราชการที่จบระดับปริญญามีจำนวนน้อยมาก สถิติส่วนมากจะจบการศึกาษาต่ำกว่าปริญญาตรี
ต่อมาปรากฎว่าข้าราชการจึงได้ไปเรียนกันภาควันเสาร์ - อาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏประจำจังหวัดกัน ผู้ที่จะเป็นหัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย ก็จะจบปริญญามาด้านสายการจัดการทั่วไปเสียส่วนมาก ก็ยังไม่มีใครที่จบปริญญาตรีด้านกฎหมายแต่อย่างใด
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓ ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าสอบคัดเลือกเพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ ระดับ ๕ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปของสำนักงานอัยการจังหวัดฯว่างจำนวนหลายอัตรา คนที่สอบคัดเลือกได้จะต้องรับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าธุรการในต่างจังหวัด ที่มีตำแหน่งอัตราว่างดังกล่าว
ผลการสอบคัดเลือกว่า ผู้เขียนสอบคัดเลือกได้ลำดับที่ ๑ และได้เสนอความต้องการขอไปดำรงตำแหน่งที่สำนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงสุพรรณบุรี สำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานอัยการจังหวัดน่าน และอีกหลายแห่งที่มีตำแหน่งว่าง
ปรากฎว่า ผู้บริหารได้คัดเลือกและมีคำสั่งแต่ตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ ๕ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ และได้เดินทางไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว
จากการตรวจสอบปรากฎว่าหัวหน้าฝ่ายของสำนักงานอัยการจังหวัด ไม่มีสำนักงานใดที่หัวหน้าฝ่าย จบปริญญาด้านกฎหมาย และจบเนติบัณฑืตไทย มีเพียงสำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ แห่งเดียว เท่านั่น
จึงถือว่า เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารงานธุรการ คนแรกของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่จบปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต และจบเนติบัณฑืตไทย (นบท.)
การได้รับแต่งตั้งครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต ในการเป็นข้าราชการในครั้งนี้ และเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารงานธุรการคนแรกที่จบเนติบัณฑืตไทย (นบท.) ครับ !!!!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น