แม้จะรู้ทฤษฎีมากเพียงใด ถ้าขาดการลงมือทำแล้วไซร้ ก็เป็นได้แค่เพียงนักทฤษฎี การอ่านหนังสือไปสอบก็เช่นกัน หากเราอ่านได้มากมาย แต่ไม่เคยทดลองฝึกทำข้อสอบ ความรู้ก็ยังกระจัดกระจาย ไม่สามารถนำมาจัดเป็นหมวดหมู่ได้ การฝึกทำข้อสอบจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เราสะกัดความรู้ที่มีมากมาย นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติ
กรรมการที่ออกข้อสอบ มักจะนำเรื่องที่เกี่ยวโยงกันมาทำเป็นข้อสอบ เพื่อวัดความรู้ ความเข้าใจ ของผู่สอบว่า สามารถนำเอาความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงานได้ถูกต้องหรือไม่
เปรียบดั่ง นักมวยที่จะขึ้นต่อสู้ในสังเวียน ต้องมีการฝึกซ้อมลงนวม จะชกแค่ ๑๐ ยก ต้องฝึกซ้อมมาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ ยก ร่างกายถึงจะฟิตและมีความแข้งแร็งพอในการขึ้นสู่สังเวียนดังกล่าว
การจะเข้าสู่สนามสอบก็เช่นกัน เราจะต้องฝึกซ้อมทำข้อสอบมาไม่น้อยกว่า ๑๐ เท่าของข้อสอบที่เราจะทำในการเข้าสอบแต่ละสนาม ดังนั้น เราจะต้องทราบว่าการสอบในแต่ละสนามที่เราจะลงต่อสู้ มีข้อสอบจำนวนกี่ข้อในแต่ละปีที่ผ่านมา
ในการสอบสนามสอบ ตำแหน่งผู้อำนวยการที่ผ่านมา จะมีข้อสอบในแต่ละวิชาจำนวน ๓ - ๕ ข้อ จะออกข้อสอบเกี่ยวกับความรู้ความสามารถทั่วไป และความรู้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง จะแยกกันสอบอาจจะเป็นภาคเช้าวิชาหนึ่ง และภาคบ่ายวิชาหนึ่ง
การดูหนังสือจึงต้องดูให้ครบตามกำหนดที่ได้วางแผนไว้ในเรื่องการแตรียมความรู้ ดังที่ได้แนะนำมา ส่วนในเรื่องการเตรียมฝึกซ้อม มีวิธีการ และข้อแนะนำ ดังนี้
๑. ฝึกทำข้อสอบในช่วงที่เราเตรียมความรู้เป็นเบื้องต้น โดยในช่วงอ่านตำราแต่ละวิชา ก็ขอให้ตั้งคำถามเพื่อนำมาเป็นข้อสอบในการอ่านแต่ละเรื่อง ที่เราไได้อ่านมาด้วย เช่น อ่านเรื่องแผน/งานโครงการ ควรจะตั้งคำถามว่า.
๑.การจัดทำโครงการที่ถูกต้องมีองค์ประกอบอย่างไรบ้าง?
๒.หากสนย.มีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของท่านจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มาจำนวน ๑ โครง ให้ท่านจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรต เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาจำนวน ๑ โครงการ และมีองค์ประกอบครบตามหลักเกณฑ์ของจัดทำโครงการด้วย..
ท่านจะต้องทำข้อสอบตามโจทย์ดังกล่าว เพื่อให้มีความชำนาญ หากไปลงสนามสอบจริง ๆ ท่านจะคิดไม่ออก และทำไม่ทันภายในกำหนด
เมื่อเราอ่านเนื้อหาไปจนครบทั้งเรื่องแล้ว เราก็พอจะเดาออกว่า เรื่องใดที่สำคัญ เรื่องใดที่กรรมการควรจะนำมาออกเป็นข้อสอบ
๒. ควรหาข้อสอบเก่า หรือแนวข้อสอบจากรุ่นพี่ที่เคยผ่านการสอบมาแล้ว และหาข้อสอบเก่า ๆ มาลองฝึกทำ เพื่อเป็นการซ้อมทำข้อสอบล่วงหน้าไปในตัว
๓. จะต้องฝึกทำข้อสอบอย่างน้อยจำนวน ๑๐ เท่าของข้อสอบที่จะทำ ตัวอย่างเช่น ข้อสอบในภาคความรู้ความสามารถทั่วไป เคยออกข้อสอบมาจำนวน ๔ ข้อ ท่านจะต้องลองฝึกซ้อมทำข้อสอบในหัวข้อวิชาดังกล่าว ไม่ควรต่ำว่า ๔๐ ข้อ(๑๐ เท่า) ยิ่งฝึกทำได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ควรจะแยกทำในแต่ละเรื่อง ตามที่เราเห็นว่ามีความสำคัญ และน่าจะนำมาเป็นข้อสอบตามข้อ ๑
นอกจากนี้ในการปฏิบัติงานประจำวัน ก็ไม่ควรละเลย ควรจะติดตามอ่านหนังสือเวียนที่สำคัญต่าง ๆ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรของหน่วยงานราชการ เช่น หนังสือเวียนเกี่ยวกับเรื่อง การประเมินผลการแฏิบัติราชการประจำปี การนำเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ในหน่วยงาน การนำระบบงานใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ในองค์กร และกฎหมายที่มีการแก้ไขใหม่ ๆ เป็นต้น
ในสมัยที่ผู้เขียนเข้าสอบคัดเลือก ปรากฎว่าข้อสอบที่ออกมาเป็นงานที่เราทำอยู่ประจำ จึงทำให้การสอบประสบผลสำเร็จ และตัวอย่างข้อสอบทีี่ผ่านมา เช่น ข้อสอบความรู้เกี่ยวกับองค์กร ได้นำพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ ที่แก้ไขใหม่ นำมาออกเป็นข้อสอบ ในประเด็นเกี่ยวการการเลือกตั้งประธาน กอ. และองค์ประกอบของ กอ.ใหม่ เป็นต้น
ในสมัยที่ผู้เขียนเข้าสอบก็เช่นกัน มีการแก้ไขระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการระบบใหม่ นำมาใช้ แต่หนังสือเวียนอยู่ระหว่างเวียนไปต่างจังหวัด ก็นำมาเป็นข้อสอบ ปรากฎว่า.คนต่างจังหวัดยังไม่ได้รับหนังสือทราบหนังสือเวียนดังกล่าวเลย กรรมการก็นำเรื่องดังกล่าวมาออกเป็นข้อสอบ .คนที่ทำได้กลายเป็นผู้สมัครสอบที่ปฏิบัติงานในส่วนกลาง ส่วนต่างจังหวัดตอบตามระบบเดิม ทำให้ผลสอบออกมา...ทำไม่ได้ในข้อดังกล่าว
ดังนี้ เพื่อให้การสอบในแต่ละครั้งประสบผลสำเร็จ เราควรจะเตรียมกาย เตรียมใจ เตรียมความรู้ และฝึกซ้อมมาให้เต็มที่ แล้วความสำเร็จและความมหัศจรรย์จะเกิดแก่ท่านครับ !!!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น