วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

คำสอนของป๋า

มีเพื่อนส่งไลน์ข้อเขียนของอดีตโฆษกรัฐบาลสมัย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี มาให้อ่าน เห็นว่ามีประโยชน์ จึงขออนุญาตนำมาบันทึกไว้ครับ
... ตลอดระยะเวลาที่ผมได้รับใช้ป๋าเปรมในฐานะที่ปรึกษาฯ และโฆษกรัฐบาลในรัฐบาลที่ป๋าเปรมเป็นนายกรัฐมนตรีมานานถึง 8 ปี, ท่านได้กรุณาแนะนำสั่งสอน เหมือนผมเป็นลูกเป็นหลานมาโดยตลอด มีคำสอนหลายอย่างที่ทำให้ชีวิตและนิสัยของผมต้องเปลี่ยนแปลงไป และคงต้องรักษาคำสอนเหล่านั้นไว้จนตลอดชีวิต
.
มีตัวอย่างของคำสอนที่ผมอยากเล่าให้ประชาชนได้ฟัง เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับลูกหลานของพวกท่านบ้าง ดังนี้คือ
.
1) จงเป็นมิตรกับคนทุกคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การคบค้าสมาคมกับใคร ๆ นั้น ต้องรักษาระยะห่างที่ไม่เท่าเทียมกัน เช่น อย่าไปปรากฏตัวในที่สาธารณะกับคนที่ไม่ดี (แม้จะรู้จักกัน) เช่น ไปกินอาหารร่วมโต๊ะตามร้านอาหารหรือภัตตาคารต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า เขาเหล่านั้นมีประวัติที่ไม่ดี อย่าไปเกรงใจใคร เพราะการปรากฏตัวอยู่กับพวกเขา คนอื่น ๆ ที่เห็นเราอยู่กับพวกเขา อาจจะเข้าใจผิดได้ว่า เราก็เป็นคนไม่ดีเช่นนั้นเหมือนกัน
.
2) อย่าพูดอย่าทำอะไรโดยมิได้คิดให้รอบคอบเสียก่อนจงเชื่อในจิตใต้สำนึกอันบริสุทธิ์ของตน มันจะเป็นสิ่งแรกที่เตือนเราว่าจะมีผลดีหรือไม่ดีจิตใต้สำนึกจะบริสุทธิ์เสมอ จงให้ความสำคัญกับมัน การอยู่ในความประมาทโดยกล้าทำหรือพูดในสิ่งที่สวนทางกับจิตใต้สำนึกที่ดีของตนนั้น มักจะส่งผลร้ายต่อเราเสมอ โดยป๋ายืนยันว่า ตัวป๋าเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน
.
3) แม้เราอยากแก้ไขในสิ่งใด ถ้าสถานการณ์ กาละและเทศะยังไม่เหมาะสม ยังไม่สมควร ก็ให้อดใจเอาไว้ก่อน ให้รู้จักอดใจรอคอย จงใช้วิธี "นิ่ง ๆ อย่าพูดอะไร" (โดยท่านได้พูดเป็นภาษาปักษ์ใต้กับผมว่า "แน่ง ๆ อย่าแหลงไหร") จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด
.
4) ใครก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งนั้น บุคคลนั้นไม่ควรจะเป็นคนไทย
.
ในโอกาสที่ประเทศของเราต้องสูญเสียปูชนียบุคคล อย่าง พณฯ พล.อ.เปรม ติณลสูลานนท์ (รัฐบุรุษของชาติ) ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาตลอดชีวิตของท่านนั้น ย่อมเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับ วลีอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านที่ว่า "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" ซึ่งเป็นวลีที่เปรียบเสมือนแสงสว่างส่องทางที่ถูกต้องให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตตลอดไปอีกนานแสนนาน
.
ผมขอถือโอกาสนี้แสดงความอาลัย และสำนึกในบุญคุณในทุก ๆ อย่างที่ท่านได้มอบไว้ให้แก่ประเทศไทยมาโดยตลอด
.
ขอแสดงความรู้สึกดังกล่าวร่วมกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศด้วยใจจริงครับ
.
ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
.
26 พฤษภาคม 2562

จึงขอนำคำสอนของท่านมาบันทึกไว้ และไว้อาลัยแด่การจากไปของปูชนียบุคคล รัฐบุรุษ และคนดีของแผ่นดิน ขอให้ดวงวิญญาณของท่าน จงไปสู่สุคติและสรวงสวรรค์ในสัมปรายภพด้วยเทอญ..สาธุๆ

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โครงการปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์

เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ได้เข้าร่วมอบรมตามโครงการปฏิบัติธรรมประจำวันอาทิตย์ ปีที่ ๖ ณ คณะ ๑๔ วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร โดยพระอาจารย์มหาใจ เขมจิตโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบโครงการ


โครงการดังกล่าวจะมีการฝึกสมาธิในวันอาทิตย์ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๗.๐๐ นาฬิกา ณ ศาลาปฏิบัติธรรม คณะ 14 วัดชนะสงคราม โดยเน้นฝึกสมาธิตามแนวอานาปานสติ มีการบรรยาภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยฝึกปฏิบัติแบ่งเป็นเดินจงกรม จำนวน ๑ ชั่วโมง และนั่งสมาธิ จำนวน ๑ ชั่วโมง แล้วพักประมาณ ๑๐ นาที หลังจากนั่นฝึกปฏิบัติแบ่งเป็นนั่งสมาธิ ๓๐ นาที และเดินจงกรม ๓๐ นาที และทำวัตรเย็นตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๗.๐๐ นาฬิกา



พระอาจารย์มหาใจ เขจิตโต ได้กล่าวเปิดโครงการ โดยสรุปใจความว่า...โครงการนี้ ได้ดำเนินการโดยมิได้มีการประกาศประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด แต่เป็นที่รู้ ๆ กันในกลุ่มญาติธรรมที่เคยมาปฏิบัติ  การปฏิบัติธรรม ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องหวังผล หากเราทำไปเรื่อย ๆ ไม่หยุุด ก็จะรู้ผลเอง การปฏิบัติธรรม แม้จะไปที่สำนักใด การปฏิบัติก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน จึงขอให้ตั้งใจปฏิบัติ และมุ่งมุ่นต่อไป..."







โครงการนี้ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา ๕ ปี ปีนี้เป็นปีที่ ๖ โดยมีกำหนดการจะออกไปปฏิบัติธรรมนอกสถานเป็นเวลา ๗ วัน ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ณ  วัดถ้ำหินลาด ท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ในปีที่ผ่านมา ได้เดินทางไปปฎิบัติธรรมนอกสถานที่เป็นเวลา ๗ วัน ณ มหาจุฬาลงกรณ์อาศรม อำเภหมวกเล็ก จังหวัดสระบุรี

ส่วนปีที่ ๔ ไ้ดเดินทางไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่เป็นเวลา ๗ วัน ณ วัดผาตากเสื้อ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

ส่วนปี่ที่ ๒ และปีที่ ๓ ไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่ เป็นเวลา ๗ วัน  ณ แคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นที่สัปปายะ เหมาะแก่การไปปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง และเป็นสถานที่ที่มีเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เป็นจำนวนมาก



                                                      คณะญาติธรรมร่วมปฏิบัติธรรม

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

วิทันตสมาธิ (๑)

เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมหลักสูตรวิทันตสมาธิสำหรับนักบริหารรุ่นที่ ๙ ของสถาบันพระปกเกล้า



วันแรกมีธีเปิดการอบรมฯโดยมีการตอบรับ พิธีเปิดการอบรม มีการทำพิธีมอบตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์หลวงพ่อ หลังจากพระอาจารย์กล่าวให้โอวาท




ในช่วงที่ประธานกล่าวเปิด ได้ให้คำแนะนำดีมาก โดยท่านกล่าวว่า ท่านก็เข้าเรียนเช่นกันแต่ไม่จบหลักสูตร เนื่องจากไม่รู้จักแบ่งเวลา และจัดสรรเวลาให้ลงตัว และมีบางอย่างที่ละไม่ได้ มีบางสิ่งที่ไม่สะดวก แต่ท่านพยายามเรียบจนจบหลักสูตร

ท่านบอกว่า บางอย่างทางโลกเป็นเรื่องง่าย แต่ทางธรรมกลายเป็นเรื่องยาก มีอยู่คำหนึ่งที่ท่านพูดได้ประทับใจมากคือคำว่า..ใจยังไม่ถึง ก็จะไปไม่ถึงเช่นกัน..

ต่อมาพระอาจารย์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการทำสมาธิ วิธีการทำสมาธิ ประโยชน์ที่ได้จากการทำสมาธิ จะต้องทำตัวอย่างไรในขณะที่มาเข้าหลักสูตร


พิธีมอบตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์ หมายถึงเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า การทำสมาธิทำให้เรารู้จักตนเอง ให้รู้จักตื่น รู้จักเบิกบาน รู้ว่าตนเอง สุข หรือทุกข์ รู้ว่าตนเองดี หรือชั่ว การทำสมาธิเป็นการมาหาอริยทรัพย์ภายใน เป็นทรัพย์ที่สามารถติดตัวเราไปข้ามภพ ข้ามชาติ

หากท่านใดมีโอกาส ควรจะเข้าเรียนตามหลักสูตรดังกล่าว จะเกิประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง การทำงาน และสังคมในวงกว้างสืบไป

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

นิเทศทางวิชาการ : อัยการภาค ๑

เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานนโยบายยุทธศาสตร์และงบประมาณ และ ผอ.สพร. ได้บรรยายเรื่อง " กรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ ตามโครงการฝึกอบรมและนิเทศทางวิชาการ เรื่อง " การบริหารงานยุคใหม่ " ของสำนักงานอัยการสูงสุด ระหว่างวันที่ ๗ - ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒  ณ โรงแรมกรุงศรีฯ อยุธยา




ผู้เข้าประชุมประกอบด้วย อธิบดีอัยการ อัยการจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ ของทุกสำนักงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค ๑




ภาคเช้า ได้บรรยาย เกี่ยวกับกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ โดยเน้นเฉพาะตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ

ภาคบ่าย ได้มีการแบ่งกลุ่มตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ จำนวน ๓ กลุม เพือรับทราบผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา และตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รับทราบปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขของแต่ละสำนักงานฯ พร้อมชี้แจงแบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่จะต้องดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ต่อไปด้วย




                                                        คณะทำงานตรวจติดตามประเมินผลฯ

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ชีวิต : (๑๘) งานราชาภิเษก

เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เป็นประวัติศาสตร์ของชีวิต เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ข้าราชการทุกหน่วยงานในส่วนกลาง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  เพื่อเข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระบรมมหาราชวัง







สำนักงานฯได้กำหนดให้่ข้าราชการเดินทางไปพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย รถในแต่ละอาคารจะออกเดินทางในเวลา ๐๖.๐๐ นาฬืกา และไปถึงอาคารหลักเมือง เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา

ช่วงเช้าตื่นนอนตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐ นาฬิกา ลูกสาวได้ขับรถไปส่งที่อาคารรัชดาภิเษก ถนนรัชดา ตามกำหนดการจะมีรถยนต์ตู้ออกจากอาคารจำนวน ๙ คัน มีรายชื่อต้องขึ้นกับรถคันที่ ๗ บรรทุกคันละ ๙ คน มีข้าราชการที่จะออกจากอาคารดังกล่าวไปพร้อมกันจำนวน ๙๒ คน/นาย

สำรหับข้าราชการที่จะเข้าร่วมรับเสด็จในครั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ขอความร่วมมือมาจำนวน ๒๐๐ คน และทางสำนักงานฯได้คัดเลือกข้าราชการเข้าร่วมจำนวน ๒๒๙ คน/นาย เป็นอัยการผู่ช่วยจำนวน ๑๐๐ คน และข้าราชการธุรการ ตั้งระดับชำนาญการ และชำนาญพิเศษขึ้นไป จำวน ๑๒๙ คน



เมื่อไปถึงอาคารหลักเมือง จะมีการลงชื่อและเข้าทำภารกิจส่วน แล้วไปเตรียมเข้าแถวยังบริเวณหน้าอาคารศาลฎีกา ซึ่งเป็นพื้นที่หน่วยงานได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ

การยืนเข้าแถวเฝ้ารับเสด็จ จะมีนายตำรวจมาแนะนำ และจัดแถว โดยให้ข้าราชการหญิงยืนแถวหน้า และข้าราชการชายถืนแถวหลัง การแนะนำวิธีปฏิบัติในขณะที่ขบวนเสด็จผ่าน เพื่อให้เกิดความสวยงามและพร้อมเพรียงกัน

จึงถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ของชีวิตที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมเฝ้ารับเสด็จในครั้ง สมควรจารึกไว้และเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาติไทยและชาวไทยทุกคนครับ !!!

เตรียมสอบ : (๖) การตอบข้อสอบ

ในการเตรียมสอบในทุกสนามสอบ จุดสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตาย จะประสบผลสำเร็จหรือไม่ จะอยู่ที่การเข้าสู่สนามสอบ และการตอบข้อสอบ แม้นจะเตรียมตัวมาอย่างดี พอถึงวันสอบจริง ๆ ร่างกายไม่สบายเจ็บป่วย ปวดหัวตัวร้อน ท้องเสีย รวมไปถึงการทำข้อสอบ หากมีการผิดพลาดไปหรือเกิดปัญหาขึ้นมา การเตรียมตัวต่าง ๆ ที่ดำเนินการมาเป็นเวลาหลายเดือนก็หมดความหมาย

การตอบข้อสอบจึงมีส่วนสำคัญในการเข้าสู่สนามสอบทุกสนาม มีปัญหาว่า เราจะมีวิธีการตอบข้อสอบอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

ผู้เขียนเคยเข้าสอบมาหลายสนาม ไม่ว่าจะเป็นสนามสอบระดับปริญญาตรี สนามสอบเนติบัณฑิต สนามสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ และสนามสอบเลื่อนตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๔  ถึงระดับ ๙ ล้วนแต่ลงสนามสอบมาทั้งสิ้น ไม่ได้มาด้วยความสะดวกหรือง่ายดายดั่งคนอื่นที่เขาได้รับ จึงพอมีประสบการณ์บ้าง จึงขอเสนอแนะวิธีการทำข้อสอบดังนี้





๑.การบริหารจิต : ก่อนจะเข้าห้องสอบ หากมีเวลาควรจะนั่งทำจิตให้สงบ ไม่ต้องกังวลใด ๆ ส่วนมากจะกังวลเรื่องเตรียมตัวมาไม่ดี อ่านหนังสือมาน้อย กลัวจะทำข้อสอบไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ควรตัดทิ้งไป เพราะถึงยังไงก็ไม่มีเวลาจะแก้ไขได้แล้ว ควรจะทำใจ "ปล่อยวาง "

๒. การบริหารเวลา : ต้องคำนวณเวลา และการทำข้อสอบให้เหมาะสม มีเวลาจำนวนเท่าใด ต้องทำข้อสอบกี่ข้อ จะต้องหารเวลาออกมา หากไม่มีการบริหารเวลา จะทำให้เรามุ่งไปทำข้อสอบข้อที่ทำได้มากที่สุด โดยหวังจะให้ได้คะแนนมาก ๆ ข้อนี่ควรระวัง

๓.การบริหารข้อสอบ : เมื่อเราได้ข้อสอบมาแล้ว ควรอ่านให้ละเอียดก่อนว่ามีเงื่อนไขใดบ้าง บางสนามจะออกข้อสอบมาหลายข้อ แต่เลือกตอบเป็นบ้างข้อสอบ ตัวอย่างเช่น ออกข้อสอบมา ๗ ข้อ แต่มีเงื่อนไขให้ทำข้อสอบเพียง ๕ ข้อ เป็นต้น

มีปัญหาว่าจะต้องอ่านข้อสอบทุกข้อหรือไม่ บางท่านบอกว่าไม่จำเป็น บางท่านบอกว่าจำเป็น ในความเห็นของผู้เขียนเห็นว่า...ควรอ่านทุกข้อ โดยเฉพาะข้อสอบในสนามเนติบัณฑิต สนามสอบอัยการผู้ช่วย และสนามสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา จะต้องอ่านทุกข้อ และจดประเด็นสำคัญเอาไว้ก่อนลงมือทำข้อสอบ

มีปัญหาว่าการทำข้อสอบจะต้องทำเรียงตามลำดับข้อหรือไม่ คงตอบว่าไม่จำเป็น ควรจะทำข้อสอบข้อที่เรามั่นใจว่าทำได้แน่นอน และตรงตามที่เราได้อ่านหนังสือมา ควรจะทำเป็นข้อแรกก่อน ส่วนข้อสอบข้อใดที่เรา อ่านแล้ว ในใจคิดว่าทำไม่ได้ คิดไม่ออก ควรจะทำในช่วงสุดท้าย เพราะยังไงก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว อย่าเสียเวลาไปกับข้อสอบดังกล่าว

๔.การบริหารรูปแบบคำตอบ : การทำข้อสอบจะต้องทำตามรูปแบบตามที่ได้กล่าวมา มีบทนำ มีเนื้อหา และข้อสรุป ควรจะฝึกทำข้อสอบมาก่อน จะทำให้เรามีทักษะในการทำข้อสอบ การเขียน การลำดับจะได้สอดคล้องกัน ทำให้กรรมการง่ายในการอ่าน หากเราไม่ฝึกมาก่อน จะทำให้การเขียน การคิดติดขัด ทำให้เสียเวลาในการทำข้อสอบ

๕. การทบทวนและตรวจทานคำตอบ : เมือทำข้อสอบแล้ว ควรจะเหลือเหวลาไว้สำหรับในการตรวจทาน เพื่ออ่านทวนคำตอบที่เราตอบไปแล้ว มีความถูกต้อง ครบประเด็น และตรงตามที่เราเขียนไปหรือไม่ บ่อยครั้งที่ผู้เขียน เข้าสอบในสนามสอบเนติ สนามสอบอัการผู้ช่วย และสนามสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาจะพบว่า ตัวละครในข้อสอบ กลับกลายเป็นคนละตัวกัน บางที่เขียนผู้เสียหาย เป็นผู้ต้องหา และวกวน อ่านแล้ว ตัวเองยังงง !!!

ท่านที่กำลังจะเตรียมสอบไม่ว่าจะเป็นสนามใดก็ตาม ก็ลองนำไปพิจารณา หากเห็นว่ามีประโยชน์ และทำได้ ก็ลองนำไปฝึกทำ ขอให้ทุกท่านโชคดีในการสอบทุกสนามครับ !!!

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

งานราชพิธี

นับว่าาเป็นโอกาสมหามงคลและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีรับเสด็จ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาพิธีเษกในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยมีหมายกำหนดการ ดังนี้

 ๑๐.๐๙ น.-พิธีสรงมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่งจักพรรดิพิมาน 
            -ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ 
            -ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์ 
           -ทรงรับพระแสง ณ พระที่นั่งภัฐรบิฐ
 14.00 น. -เสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย
สำนักงานฯได้กำหนดนัดพร้อมกันเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ในแต่ละอาคารเพื่อเดินทางไปพร้อมกัน
ณ อาคารสำนักงานหลักเมือง




มีข้าราชการเข้าร่วมพิธีและเข้าร่วมรับเสด็จในครั้งนี้จำนวน ๒๒๙ คน และรับผิดชอบในพื้นที่
หน้าอาคารศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน

ในช่วงก่อนที่จะเสด็จ มีการซักซ้อมพิธีการ และการทำความเคารพต้องดำเนินการอย่างไร
 และในขณะที่เสด็จมา ควรจะแสดงความเคารพในลักษณะใด





การเข้าแถวรอรับเสด็จ จะจัดเป็น ๒ แถว โดยให้ข้าราชการสตรียืนแถวหน้า ส่วนบุรุษให้ยืนแถวหลัง
เรียงหน้ากระดาน
ในวันนี้มีข้าราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นประวัติศาสตร์
อันสำคัญที่เหล่าข้าราชการจะได้จารึกไว้สืบไป

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

การนิเทศทางวิชาการ:อัยการภาค ๒

เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมและนิเทศทางวิชาการ เรื่อง " การบริหารงานยุคใหม่ " ให้กับคณะข้าราชการฝ่ายอัยการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของสำนักงานอัยการภาค ๒  ณ โรงแรมดิวารี จอมเทียนบีช พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีการฝึกอบรมเป็นระยะเวลา ๒ วัน ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒




                                            คณะข้าราชการของสำนักงานอัยการภาค ๒

วัตถุประสงค์ :  เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกียวกับตัวชี้วัด งานเบิกจ่ายเงินงบประมาณ  งานด้านเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจน ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการฯ การเบิกจ่าย และระบบสารสนเทศ ได้มีความรู้ ความเข้าใจรายละเอียดของตัวชี้วัดที่รับผิดชอบ การเบิกจ่ายงบประมาณ การดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และสามารถจัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัด การบันทึกรายการบัีญชีในระบบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบและนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุด




กลุ่มเป้าหมาย : ได้แก่อธิบดีอัยการ อัยการจังหวัด อัยการจังหวัดคดีศาลแขวง อัยการจังหวัดคดีเยาวชนฯ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์ฯและบังคับคดี ผู้อำนวยการ สำนักงานอำนวยการ สำนักงานอัยการภาค ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานอัยการจังหวัด และเจ้าหน้าที่การเงิน





ภาคเช้า : ท่านพัทธนันท์ ชาญกิจ รองอธิบดีอัยการ สนย. และนางสาวพรพิมล พัวพันประเสริฐ  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบบริหาร ได้บรรยาย เรื่อง "กรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการฯปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ " 
ภาคบ่าย :  ได้ตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการฯปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ พร้อมทั้งรับฟังปัญหา - อุปสรรคการดำเนินงานตามตัวชี้วัด จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค ๒  โดยแยกการตรวจติดตามผลฯจำนวน ๓ กลุุ่ม ได้แก่กลุ่ม สำนักงานอธิบดี สำนักงานอัยการจังหวัด กลุ่มสำนักงานคดีศาลแขวง และกลุ่มคดีสำนักงานคดีเยาวชนฯและสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์ฯประจำจังหวัด





                                            คณะทำงานตรวจติดตามประเมินผลฯ

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

การตรวจติดตามผลการปฏิบัติราชการ (๒)

เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๒  หลังจากภาคเช้า ได้มีการชี้แจงกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้ว ในภาคบ่ายจะมีคณะทำงานฯเพื่อตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑



วัตถุประสงค์ เพื่อแจ้งผลการปฏิบัติราชการประจำปีของแต่ละสำนักงานฯ ตรวจสอลเอกสาร หลักฐานการรายงานแต่ละไตรมาสถูกต้องตงกันหรือไม่ ปัญหา อุปสรรคจากการปฏิบัติงานของปีที่ผ่านมา ข้อเสนอแนะ นอกจากนี้จะได้ชี้แจงตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องและต้องดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้หน่วยงานได้รับทราบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้ตรวจติดตามประเมินผลของสำนักงานที่เกี่ยวกับคดีอาญาทุกสำนักงานที่ตั้องยู่ในกรุงเทพมาหนคร


ขั้นตอนแรก จะสอบถามเกี่ยวกับผลการปฏิบัติราชการของปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ ที่ได้ส่งผลไปยังสำนักงานฯ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และมีข้อขัดข้อง หรือสงสัยผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนที่ ๒ จะสอบถามปัญหา อุปสรรค ที่เกิดจากการปฏิบัติงาน มีปัญหาในด้านใดที่ส่งผลให้การปฏิบัติงานไม่บรรลุผลสำเร็จ กรณีที่ผลการปฏิบัติงานบรรลุผล หน่วยงานมีวิธีการอย่างไรบ้าง เพื่อนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่น

ขั้นตอนที่สาม จะชี้แจงข้อเสนอแนะจากการตรวจติดตามการประเมิน ทั้งจากเอกสารที่หน่วยงานรายงานเข้ามา และแนวทางแก้ไขจากกรณีดังกล่าว

ขั้นตอนที่สี่ จะชี้แจงเกี่ยวกับตัวชี้วัดของปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ แบบรายงาน ระยะเวลาการรายงาน จำนวตัวชี้วัดที่หน่วยงานต้องรับผิดชอบ และวิธีดำเนินการตามกรอบการประเมินดังกล่าว

จากการตรวจิดตามในครั้งนี้ หน่วยงานต่าง ๆ มีความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ทำให้การสื่อสาร และการถ่ายทอดตัวชี้วัดมีความเข้าใจตรงกัน และสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด

การตรวจติดตามผลการประเมินฯจึงเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในการติดตาม เร่งรัด และประเมินผลการปฏิบัติราชการในปีที่ผ่านมา เพื่อนำผลดังกล่าวเสนอผู้บริหาร และเป็นข้อมูลในการพัฒนาองค์กรต่อไปครับ !!!

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562

ชี้แจงกรอบการประเมินฯปี 2562 (๑)

เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๒  ท่านเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ รองอัยการสูงสุด ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒รุ่นที่ ๑  ณ ห้องประชุม ๓๐๓ สำนักงานอัยการสูงสุด



ผู้เข้าประชุมประกอบด้วย อธิบดีอัยการ ผู้อำนวยการสำนักงาน และผู้อำนวยการสำนักอำนวยการทุกสำนักงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินคดีที่ตั้งอยู่ในส่วนกลาง จำนวน ๖๘ คน

ภาคเช้าจะเป็นการชี้แจงกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ จำนวน ๔ มิติ ได้แก่
     มิติที่ ๑ : การทำงานถูกต้อง มีความเที่ยงตรง
     มิติที่ ๒ : การปลอดจากการแทรกแซงที่มิชอบ การเข้าถึงความยุติธรรม และโปร่งใส
     มิติที่ ๓ : การอำนวยความยุติธรรมทางอาญา การรักษาผลประโยชน์ของรัฐไม่ล่าช้า
     มิติที่ ๔ : การบริหารจัดการและการพัฒนาองค์กร





ภาคบ่าย คณะทำงานฯได้ตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการประจำปี ๒๕๖๑ และชี้แจงแบบรานยงานผลการปฏิบัติราชการของปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ โดยแยกเป็น ๓ กลุ่ม ดำำเนินตรวจติดตามผลการดำเนินงาน โดยสอบถามปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขในการปฏิบัติงาน ตลอดแจ้งผลการปฏิบัติงานของแต่สำนักงานฯได้รับทราบ เพื่อเป็นเวทีให้กับปฏิบัติงานและผู้ตรวจติดตามประเมินผลฯได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของปีที่ผ่านมาและในปีปัจจุบัน





                                                 คณะทำงานฯได้ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานฯ