วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2562

การเตรียมสอบ : (๓) เตรียมความรู้

ภาษิตจีนกล่าวว่า "..รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง .."

พุทธภาษิต ตรัสว่า "...วิริเย ทุกขมัตเจติ.." คนจะล่วงทุกข์ได้ ก็เพราะความเพียร

การไปสอบคัดเลือกเพื่อเลือนแต่งตั้งขึ้นไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น เป็นลงสู่สนามรบเฉกเช่นเดียวกับการออกไปสู่รบกับศัตรูในชายแดนทีเดียว เพราะการสอบดังกล่าวต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง หน้าที่ และความก้าวหน้าของชีวิตราชการ



ผู้จะสมัครจะต้องมีคุณสมบัติหลายประการ ประกอบด้วยระยะเวลาการดำรงตำแหน่งต้องครบตามกำหนด เงินเดือนต้องถึงขั้นต่ำของตำแหน่งที่จะสอบ คุณสมบัติด้านคุณวุฒิต้องตรงตามตำแหน่งที่จะสอบ เช่นตำแหน่งนิติกร จะต้องจบปริญญาด้านกฎหมาย เป็นต้น นอกจากนี้จะต้องมีประสบการณ์ในหน้าที่ที่จะต้องสอบมาครบระยะเวลาตามที่กำหนดอีกด้วย

นอกจากจะมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดดังกล่าวแล้ว มิใช่ว่าจะสอบได้กัทุกคน ต้องมีการสอบวัดความรู้ ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง มีการสอบสัมภาษณ์ ตรวจสอบประวัติการทำงาน ความประพฤติตลอดเวลาที่ผ่านมาประกอบด้วย

สิ่งสำคัญที่สุด คือการมีความรู้ที่จะนำไปใช้ในการตอบข้อสอบ เป็นเรื่องที่สำคัญ หากทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่เต็มที่ ก็จะทำให้เราไม่ผ่านการคัดเลือกในการสอบดังกล่าว..สอบไม่ได้นั่นเอง

การเตรียมความรู้จึงมีความสำคัญมาก จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยผ่านสนามสอบมาชั่วชีวิต ใคร่ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเตรียมความรู้ พอสรุป ได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ : ดูขอบเขตเนื้อหาจะใช้ในการสอบแต่ละครั้ง โดยตรวจสอบจากการประกาศรับสมัครสอบ ซึ่งจะมีการกำหนดไว้ให้ เช่นการสมัครสอบนักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ (ผอ.) กำหนดการ ไว้ดังนี้
                 - ความรู้ความสามารถทั่วไป จะสอบเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับองค์กรอัยการ     
                  - ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง จะทดสอบเกี่ยวกับงานในตำแหน่งหน้าที่ ได้แก่งานสารบรรณ งานสารบบคดี งานการเงิน งานพัสดุ งานการประเมินผลการปฏิบัติราชการ งานบริหารงานบุคคล ดูได้ที่นี่ ประกาศสมัครสอบ

ขั้นตอนที่ ๒ :วางแผนในการอ่านหนังสือตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ จะต้องหาตำรา เอกสาร คู่มือที่เกี่ยวมาให้ครบ และต้องมีเนื้อหาทันสมัย เป็นปัจจุบันด้วย หลังจากนั่นมาตรวสอบเนื้อหา หรือความรู้ใด ที่เรามีอยู่แล้ว ก็ควรจะให้เวลาในการค้นคว้าน้อยหน่อย ส่วนเนื้อหาใดที่เราไม่มีความรู้เลย ควรให้เวลาในการอ่านและทำความเข้าใจให้มากเป็นพิเศษ

ในการจัดตารางอ่านหนังสือ ควรจะอ่านเรื่องที่มีเนื้อหายาก กับ เนื้อหาที่ง่าย ๆ สลับกัน มิเช่นนั้น จะทำให้เราเกิดอาการเครียด..ลองทดสอบดู หากอ่านไปสักระยะหนึ่งก็จะทำให้เรารูปัญหา และหาทาแก้ไขได้

เทคนิคในการอ่านควรจะจดบันทึกไว้ ในประเด็นสำคัญเพื่อสะดวกในการมาทบทวนทีหลัง และในช่วงอ่านควรจะคิดหรือฝึกหักตั้งคำถามด้วยว่า..หากเราเป็นกรรมการจะออกข้อสอบในเรื่องที่เราอ่าน กรรมการจะออกข้อสอบมาในประเด็นใด และฝึกถามตอบไปด้วย จะทำให้เราจำและเข้าใจ

ขั้นตอนที่ ๓ : ]ลงมือทำตามแผนดังกล่าว มีแผนไม่่ลงมือทำ แม้เราจะเก่งกาจอย่างไร หากไม่ยอมอ่านหนังสือ และฝึกทดสอบการออกข้อสอบ เราก็จะไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ครับ

การออกเดินใหม่ ๆ จะอืดอาดหน่อย อาจจะมีอาการเจ็บปวดมั่ง แต่หากเราเดินไปเรื่อย ๆ และเดินบ่อย ๆ ก็จะรักในการเดินเอง

เช่นเดี่ยวกันกับการอ่านหนังสือใหม่ ๆ อ่านจะขี้เกียจ อ่านไม่รู้เรื่อง ทำให้ขาดไฟในการอ่าน เราต้องฝืน เพราะการทำความดี คือ...การฝืนใจตัวเองนั่นเอง..ฝืนบ่อย ๆ เราก็จะชินเอง

หากเราอยากไม่เหมือนคนเดิม เราจะต้องไม่ทำตัวเหมือนคนเดิม ๆ ที่เคยทำมา

จงเริ่มฝึกตัวเองเป็น ผอ.ตั้งแต่เริ่มเตรียมสอบครับ สักวันหนึ่งความฝันจะกลายเป็นความจริง

สิ่งมหัศจรรย์มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอกับคนที่มีความพยายาม ขี้เกียจก็ทำ ขยันก็ทำ

ผมเคยถามเจ้านายท่านหนึ่งว่า...ท่านมีเทคนิคในการหนังสืออย่างไรบ้าง ถึงประสบผลสำเร็จในการเรียน และการสอบเข้าทำงาน เพราะท่านสอบได้ทั้งอัยการและผู้พิพากษา แต่ท่านเลือกเป็น..พนักงานอัยการ

คำตอบที่ได้รับ ท่านตอบว่า...อ่านให้ซึ้งถึงแก่นจิต ชั่วชีวิตจะไม่ลืม...555

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ของชีวิต : (๑๗) พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำนักงานอัยการสูงสุด จึงได้จัดสร้างพระพทุธรูปประจำสำนักงานขึ้น ซึ่งรับพระราชทานนามว่า " พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ "


พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ แปลว่า  "  พระพุทธรูปทรงเป็นสิริมงคลแก่สำนักงานอัยการสูงสุด และเป็นที่พึ่งของชาวโลก " โดยสมเด็จพระวันรัต รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้ถวายพระนาม

พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบสุโขทัยร่วมสมัย พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางที่พระชานุ นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงที่พื้นธรณี

ปางมารวิชัย แสดงพุทธจริยาตอนที่พระสิทธัตถะ ได้เลิกจากการบำเพ็ญทุกรกิริยาแล้ว ทรงหันมาบำเพ็ญเพียรทางใจ ประทับนั่งใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีพระยามารวสวัสดีพร้อมหมู่เสนา ยกพลเข้าผจญแต่พ่ายแพ้ต่อพุทธบารมี

จำนวนการจัดสร้าง พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ มีขนาดหน้าตักกว้าง ๙๙.๙๙ เซนติเมตร เนื้อนวโลหะปิดทอง จำนวน ๑ องค์ พระพุทธรูปจำลองเพื่อประดิษฐาน ณ สำนักงานอัยการจังหวัดทั่วประเทศ หน้าตักกว้าง ๙ นิ้ว เนื้อนวโลหะปิดทอง จำนวน ๒๙๙ องค์ และเหรียญที่ระลึกเพื่อมอบให้แก่ข้าราชการอัยการ ข้าราชการธุรการ และครอบครัว จำนวน ๑๙,๙๙๙ เหรียญ

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ) ได้ทำพิธีเททอง พุทธาภิเษก พระพุทธอัยการโลกนาถ พระกริ่งอัยเรศ -พระชัยวัฒน์ ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมพิธีบ่วงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์ิสิทธิ์ และเข้านั่งในมณฑลพิธีพุทาภิเษกอีกด้วย

สำหรับพระเกจิที่มาร่วมนั่งปรกในครั้งนี้  พระเถราจารย์นั่งปรก ชุดที่ ๑ ได้แก่ หลวงพ๋อพูน (พระมงคลวุฒาจารย์) วัดบ้านแพน หลวงพ่อฟู (พระมงคลสุทธิคุณ) วัดบางสมัคร หลวงพ่อชำนาญ (พระมงคลวโรปการ) วัดชินวราราม พระครูพิศาลจริยาภรม วัดประดู่สมุทรสงคราม หลวงพ่อพิมพ์ วัดพฤกษวัน พิจิตร หลวงหวั่น วัดคลองคูณ หลวงพ่อพยนต์ วัดโพธิ์บัลลังก์ หลวงพ่อปิ่น วัดไชยภูมื อยุธยา

พระเถราจารย์ชุดที่ ๒ ที่ได้ยินชื่อเสียง ได้แก่ หลวงพ่อมาลัย วัดบาหญ้าแพรก กาญจนบุรี หลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม  หลวงพ่อบุญมา วัดบ้านเก่ง ปราจันบุรี

นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมอาบน้ำมนต์ในวันเพ็ญเดือน ๑๒ หน้าพระอุโบสถของวัดสุทัศน์เทพวราราม ซึ่งเป็นประเพณ๊ที่ได้ทำสืบกันมาแต่โบราณกาล ซึ่งจะมีพุทธศานิกชนมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก มีการแย่งเข้าตักน้ำพระพุทธมนต์กันมาก เป็นพิธีที่หาดูได้ยาก

การทีได้เข้าร่วมพิธีเททอง พุทธาภิเษก พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เพราะพิธีเช่นนี้ ตั้งแต่ตั้งสำนักงานมานานกว่า ๑๒๒ ปี ยังไม่มีการจัดสร้างพระพุทธรูปประจำสำนักงานฯมาก่อน

การเข้าร่วมพิธี และการได้อาบน้ำมนต์วันเพ็ญพระจันทร์ จึงเป็นเรื่องอัศจรรย์ในชีวิตของตนเอง จึงบันทึกไว้เพื่อให้ลูกหลานได้รับรู้ครับ !!!


วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

ตัวชี้วัด(KPI)

ปัจจับัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาคราชการ และเอกชน พยายามหาเครื่องมือในการนำมาวัดผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของตนเอง เพื่อจะได้ทราบปัญหา อุปสรรค ความก้าวหน้า และข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในแต่ละปี



การวัดผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานดังกล่าว เปรียบเหมือนกับตรวจโรคประจำปีของบุคคล เพื่อจะทราบสุขภาพของตนเองว่า มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงหรือไม่ การเต้นของหัวใจเป็นปกติหรือไม่ ไขมัน เม็ดเลือด น้ำหนักเกิดพิกัดหรือไม่ การตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี ก็เพื่อที่จะให้ตัวเองได้รับทราบสภาพของร่างกายในปัจจุบัน มีโรคภัย หรือมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง เพื่อจะนำไปสู่การดูแลรักษาให้ทันท่วงที หากมีอาการหนักก็จะต้องเข้าโรงซ่อมรักษาให้หายดี มีความปกติสุขต่อไป

หน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนก็เช่นกัน การที่จะทราบว่าสุขภาพขององค์กรมีสภาวะเช่นไร ก็จะหาเครื่องมือเข้าวัด เพื่อตรวจสุขภาพขององค์กรประจำปี เครื่องมือหนึ่งที่นิยมกัน ได้แก่เครื่องมือที่เรียกว่าตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators) หรือ KPI มาใช้ในการตรวจวัดสุขภาพองค์กรดังกล่าว

KPI คือ ค่าที่วัดจากผลการปฏิบัติงนที่เกิดขึ้นจริง เพื่อแสดงผลสำเร็จของการบรรลุตามวัตถุประสงค์

KPI  หมายถึงสิ่งที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าหน่วยงานปฏิบัติงานบรรลุเป้าประสงค์ที่วางไว้ได้หรือไม่ ขั้นตอนนี้จะต้องหาปัจจัยที่เป็นตัวบ่งชี้ดังกล่าว

เป้าประสงค์ หมายถึงสิ่งที่จะวัด จะวัดอะไร (What to measure) อาจจะวัดในเรื่องคน เรื่องกระบวนงาน ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงาน สินค้า หรือความต้องการของลูกค้า ภายใต้เป้าประสงค์แต่ละประการ อะไรคือตัวชี้วัดที่จะบอกได้ว่าบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ตัวชี้วัด หมายถึงวิธีการวัด จะวัดอย่างไร (How to measure) ตัวชี้วัดสามารถพิจารณาได้ในด้านปริมาณ /คุณภาพ/ต้นทุน/เวลา

ประเภทของตัวชี้วัด มี ๒ ประเภท ได้แก่ Lead Indicators ตัวชี้วัดมีเงื่อนไขหรือเป็นปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่ดี(Performance  Drivers) และ Lag Indicators ตัวชี้วัดที่เป็นผลการดำเนินงานที่วัดได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นผลลัพธ์ของการปฏิบัติงานขององค์กร (Outcome Measure)

การวัดสามารถวัดได้ ๔ ด้าน ได้แก่

๑.ด้านคุณภาพ (Quality) เข้น ข้อร้องเรียน คำชม ความพึงพอใจของลูกค้า

๒. ด้านปริมาณ (Quantity) ได้แก่หน่วยเป็นวัน จำนวนหน่วยที่ผลิต จำนวนโครงการที่สำเร็จ จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้

๓. ด้านกำหนดเวลา (Timeliness) ระยะเวลาในการจัดการข้อร้องเรียน ช่วงเวลาในการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

๔. ด้านความคุ้มค่าของต้นทุน (Cost -Effectiveness) ได้แก่จำนวนเงินที่ใช้จ่าย จำนวนคำแนะนำที่มีการปฏิบัติตาม ค่าใช้จ่ายนอกเหนืองบประมาณ ร้อยละของเงินงบประมาณที่เบิกจ่ายได้

ดังนั้น ในการทำตัวชี้วัดของแต่ละหน่วยงาน จึงพยายามที่จะหาเครื่องมือมาวัดผลการดำเนินงานให้ได้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อจะได้มีเครื่องตรวจสอบ และวัดผลการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อจะนำผลที่ได้ไปพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น และสามารถจะแข่งขันกับคู่แข่งได้ทันท่วงทีต่อไป

ตัวชี้วัดจึงมีความสำคัญด้วยประการฉะนี้แล!!!



การเตรียมสอบ : (๒) เตรียมใจ


ท่านคงเคยได้ยินที่ว่า ...จิตเป็นนาย  กายเป็นบ่าว..หรือ...ใจเป็นเป็นประธาน ใจเป็นหัวหน้า ทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ...
จิตใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากใจไม่เอา ใจไม่สู้ ทุกอย่างก็จบ ทุกท่านที่สมัครเข้ามาสอบ ก็แสดงให้เห็นว่า ท่านได้ตัดสินใจที่จะสู้ ที่จะลงสู้สนาม แล้ว
การสู้ที่น่าประทับใจของคนดูก็คือ ถ้านักสู้คนใด สู้อย่างเต็มที่ สู้อย่างสุดฝีมือ มุ่งมั่น อดทน ไม่ย่อท้อ คนดูย่อมจะปรบมือให้ แม้จะแพ้ ก็แพ้อย่างชนะ
เมื่อเราตัดสินใจจะสอบแล้ว เราจะต้องสร้างพลังใจ ที่จะสอบให้ได้ พยายามสร้างกำลังใจด้วยการ..คิดถึงเป้าหมายบ่อย ๆ... เมื่อความอยากมาเยือนยามใด  ใจก็จะดิ้นรนหาวิธีการไปสู่เป้าหมายจนได้... ท่านลองย้อนคิดถึงยามที่ท่านมีความรักเถิด ท่านเองยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้เธอมา แม้จะลำบากลำบนสักเพียงใด บางคนถึงกลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกก็ยังมี ...ดั่งนั้น  ถ้าทำหรืออ่านหนังสืออย่างหนัก ยอมเอาชีวิตเข้าแลก รับรองว่าท่านจะต้องสอบได้แน่นอน..
เพียงแต่ให้ท่านถามใจตัวเองเถิดว่า...ท่านอยากเป็น ผอ.จริง ๆ หรือ ไม่ ? (อย่าหลอกตัวเอง)
ในโลกนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ ใครลงแรงมากก็ได้มาก ใครเก่งกว่าเรา เขาก็ต้องสอบ หากเก่งพอ ๆ กัน ก็จะสอบได้พร้อมกัน
กำลังใจที่จะทำให้ท่านมีพลัง และนำไปสู่การสอบที่ประสบผลสำเร็จ ไม่มีอะไรจะสู้การทำบุญกุศล ช่วงนี้ขอให้ท่านทำบุญ ทำทานให้มาก ๆ ถ้าไม่เคยเข้าวัด ฟังธรรม ก็ควรจะลองดู บุญเท่านั้นที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ประสบผลสำเร็จ และเจริญก้าวหน้า จะทำสิ่งใด ก็จะราบรื่น ไม่มีอุปสรรค สิ่งที่ยากที่ก็กลายเป็นง่าย สิ่งที่ไม่น่าจะเป็น ก็ได้เป็น ความมหัศจรรย์จะเกิดแก่ท่าน ก็เพราะผลบุญกุศลที่ท่านทำมานั่นเอง
หากมีที่พึ่งอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไปบนเจ้าที่ หรือสิ่งศักดิ์ทั้งหลายที่ท่านเชื่อถือ และมีเคารพ  ก็ลองไปทำ ถ้าทำแล้วทำให้ท่านมีความมั่นใจ ก็อย่ารีรอ คนที่จะรู้ดีที่สุดคือ...ตัวท่าน
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะลองทำ ก็คือบทสวดมนต์ ซึ่งสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นพระนเรศวรมหาราช หรือพระเจ้าตากสิน ก็เคยใช้บทสวดมนต์นี้มาแล้ว จึงทำให้พระมหากษัตริย์ไทยสามารถกู้เอกราชมาได้จนทุกวันนี้คือ บทสวดพาหุง..มหากา..ของหลวงพ่อจรัญฯ วัดอัมพวัน  จังหวัดสิงห์บุรี และคาถาชินบัญชร ของหลวงพ่อโต  ก่อนนอนท่านควรจะสวดมนต์บทนี้ และนั่งสมาธิ แล้วแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร  เพราะเจ้ากรรม และนายเวร นี่เอง ที่มีส่วนในการขัดขวางให้ชีวิตของเรามีอุปสรรค ขัดขวาง ไม่ราบรื่น และทำให้ท่านไม่ประสบผลสำเร็จ .... แต่เหนือสิ่งอื่นใด อย่าลืมอ่านหนังสือนะครับ
หากท่านทำได้เป็นประจำ จะทำให้จิตใจของท่านมีสมาธิ เยือกเย็น จะคิดสิ่งใด ก็จะสว่าง ง่ายไปหมด ไม่ทำให้เราเครียด เมื่อเราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ก็ต้องทำใจปล่อยวาง ขอให้เราทำให้ดีที่สุด ...สุดแต่ฟ้าจะประทาน....
ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนไปสอบเลือนตำแหน่งเช่นกัน แต่มีตำแหน่งน้อย มีคนสอบจำนวนร้อยกว่าคน แต่มีตำแหน่งว่างเพียง ๒ ตำแหน่งเท่านั่น เลยถามผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่า..ใครสอบได้บ้างครับเจ้านาย ?  ซึ่งในช่วงนั่นอยู่ในระหว่างตรวจข้อสอบ
ท่านบอกว่า...ใครจะสอบได้หรือไม่ได้ ฟ้าเบื้องบนเขากำหนดไว้แล้ว เดี่ยวก็รู้เอง....ฮาๆๆๆๆ


การเตรียมสอบ : (๑) เตรียมกาย


               เครียด ! เครียด ! เครียด ! มีเสียงบ่นกันมาก ในหมู่ข้าราชการธุรการที่เตรียมตัวสอบนักจัดการงานทั่วไประดับชำนาญการพิเศษ หรือ ตำแหน่ง ผอ.
       บางท่านก็อ้างว่า งานมาก ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ บ้างก็อ้างว่า ไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไร อ่านตรงไหน บ้างก็อ้างว่า เซ็ง ๆ สอบมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ประสบผลสำเร็จ... อย่างย่อยยับ... ทุกที เบื่อไม่อยากจะสอบ
      ผู้เขียนเองก็เคยประสบกับเหตุการณ์เช่นดังว่า ครามีการเข้าสอบเลื่อนตำแหน่งมาทุกครั้งเช่นกัน  มีหลายท่านอยากให้ผู้เขียนแนะนำการอ่านหนังสือ การเตรียมตัวสอบ การเขียนคำตอบและอื่น ๆ  ซึ่งผู้เขียนก็แนะนำไปตามโอกาสที่จะอำนวย
       บางครั้งก็บอกว่า จะเขียนลงใน KMS ค่อยติดตามอ่านก็แล้วกัน แต่ก็ไมค่อยมีอารมณ์จะเขียนสักที พูดง่าย ๆ ก็คือ ขี้เกียจ  ฮา ๆๆ
       ในการเตรียมตัวสอบไม่ว่าจะสอบอะไร จะสอบสนามไหน และจะสอบเข้าทำงานที่ใดก็ตาม ก็จะหนีไม่พ้นในการเตรียมตัว ประกอบด้วย ๕  เตรียม กล่าวคือ
                           ๑.เตรียมด้านร่างกาย
                           ๒. เตรียมด้านจิตใจ
                           ๓. เตรียมด้านความรู้
                          ๔. เตรียมการฝึกซ้อมในการต่อสู้
                         ๕.และเตรียมดูยุทธวิธีในการตอบ
       ในแต่ละวิธีก็จะแนะนำให้พี่ ๆ น้อง ๆ ให้ลองไปพิจารณาดู หากเห็นว่าดีก็ทำ หากดูแล้ว ไร้สาระ ก็ไม่ต้องทำ ดั่งที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า  “ กัมมุนา  วัตตติโลโก : สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม “ ไม่ว่ากัน เพราะถือว่า... เป็นวิทยาทาน
       ๑.เตรียมตัวด้านร่างกาย
         อาจกล่าวได้ว่าร่างกายมีส่วนสำคัญและมีความสัมพันธ์กับการสอบไม่น้อย หากร่างกายท่านใด ไม่สมบูรณ์แข็งแรง มีอาการเจ็บป่วย สามวันดี สี่วันไข้ ก็ควรดูแลสุขภาพก่อน หากท่านดูหนังสือไป หรือเตรียมตัวไป อาจจะมีปัญหาในวันเข้าสอบ สิ่งที่เตรียมมาเป็นแรมเดือนอาจจะเป็นหมันในพริบตา นอกจากนั้น ท่านที่มีสุขภาพไม่ดี ก็จะพลอยทำให้ขาดสมาธิในการอ่านหนังสือ ทำให้อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เสียเวลา และเสียพลังงานไปโดยไร้ประโยชน์
         ทางแก้ : ท่านควรจะรักษาสุขภาพและออกกำลังกายอยู่เสมอ หรือ ก็ในช่วงเตรียมสอบ ควรงดเว้นจากกิจที่มีผลต่อสุขภาพสักระยะหนึ่ง ต้องทำตนเหมือนกับอยากเป็น ผอ.จริง ๆ บางคนอยากสอบได้ แต่ก็ยังทำเหมือนสิ่งเดิม ๆ ที่ผ่านมา ก็อาจคาดได้ว่า ท่านก็คงจะได้เป็นคนเดิม ๆ เหมือนดังที่เคยได้มา
         การออกกำลังกายที่ราคาถูกที่สุด และได้ผลดี ซึ่งผู้เขียนทำอยู่เป็นประจำ ได้แก่ การวิ่ง การเดิน ที่ไม่ต้องลงทุนมาก นอกจากนี้ การแกว่งแขน จำนวน  ๕๐๐ ครั้ง/ครั้ง ก็ถือว่าวิเศษเช่นกัน   หากอยากให้สนุกมากหน่อย กีฬาฮูลาฮูป นี่ก็ไม่เบา ยังลดหุ่นให้สวย กะทัดรัดอีกด้วย ท่านที่เป็นโรคปวดหัว ไมเกรน และปวดตาเกิดจากการอ่านหนังสือมาก ๆ ก็ลองดูจะได้ไม่ต้องไปเยี่ยมหมอ ให้เสียเงิน เสียเวลา และเสียประสาท
         ดั่งที่ผู้รู้ท่านกล่าวว่า...ถ้าอยากเป็นคนไม่เหมือนเดิม จงอย่าทำแบบเดิม ๆ  ดั่งเคยทำมา...ถ้าอยากสอบได้ ก็ไม่ควรทำแบบเดิม ๆ  ดั่งที่เคยสอบมา...ควรฝึกตัวเป็นผอ.เสียแต่วันนี้ 555

อัศจรรย์ของชีวิต: (๑๖) คนดีศรีสุรินทร์


ทุกสายงานอาชีพจะมีการคัดเลือกบุคคลที่อยู่ในสายอาชีพนั้น ๆ เพื่อคัดสรรหาบุคคลที่มีผลงานดีเด่น สำหรับนำมาเป็นแบบอย่างในการดำรงตนและมีการมอบรางวัล เกียรติบัตร หรือประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นของจังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากได้จัดทำโครงการการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จนได้รับคัดเลือกเป็นสำนักงาน สคช.ดีเด่นของสำนักงานอัยการสูงสุด

นอกจากนี้ในปีเดียวกัน สำนักงานอัยการสูงสุด ยังได้คัดเลือกให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปีพ.ศ.๒๕๓๑ เช่นกัน และน่าจะเป็นข้าราชการคนแรกของสำนักงานฯที่ได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการดีเด่นทั้งในระดับจังหวัด และในระดับประเทศ

และในปีเดียวกันนี่เอง ทางจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้มีโครงการมอบเหรียญ "คนดีศรีสุรินทร์" ให้กับบุคคล และนิิติบุคคล ที่ได้ทำคุณความดี สร้่างประโยชน์ให้แก่ชประชาชน ชุมชน จนนำชื่อเสียงมาให้กับจังหวัดสุรินทร์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นประธานในพิธีเพื่อมอบเหรียญดังกล่าวให้กับบุคลลที่ได้รับการคัดเลือก

จึงนับว่าเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของข้าราชการชั้นผู้น้อยคนหนึ่ง ที่ได้รับการคัดเลือก และเข้ารับมอบเหรียญ "คนดีศรีสุรินทร์" จากนายเถกิง เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ณ ศาลาประชาคมจังหวัดสุรินทร์

การได้รับการเชิดชูเกียรติและการประกาศเกียรติคุณในคั้งนี้ จึงเป็นความอัศจรรย์ของชีวิต และเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดหวังมาก่อน และไม่เคยไฝ่ฝันมาเช่นกัน จึงถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ของชีวิตจริง !!!

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562

วิสัยทัศน์ที่ดี

ปัจจุบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่างก็มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการ บางแห่งก็ทำแผนยุทธศาสตร์ ๔ ปี บางแห่งก็ ๕ ปี



ในแผนยุทธศาสตร์ของทุกหน่วยงาน จะขาดเสียมิได้คือ "วิสัยทัศน์ " ซึ่งจะต้องมีการกำหนดไว้ให้ชัดเจน หากไม่มีสิ่งนี้ก็ไม่สามารถที่จะจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้ เพราะไม่รู้ว่าหน่วยงานจะมีทิศทางเดินไปทางไหน

คำว่า "วิสัยทัศน์ ( Vision) "  หมายถึง จุดมุ่งหมาย หรือความมุ่งมั่นที่องค์การต้องการให้เกิดขึ้นหรือต้องการให้บรรลุในอนาคต ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้เช่น ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี  ข้างหน้า ซึ่งความมุ่งมั่นดังกล่าว จะต้องเกิดความต้องการของบุคลากรในองค์กร มิใช่เกิดจากหน่วยงานที่จัดทำยุทธศาสตร์เสียเอง

วิสัยทัศน์ไม่จำเป็นต้องเป็นลายลักษณ์อักษร หรืออาจกำหนดไว้แล้วนำมาใช้ จะสั้นยาวแค่ไหนก็ไม่เป็นไร แต่ที่สำคัญ คือวิสัยทัศน์บุคคลในองค์กรทุกคนต้องเข้า

ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์หน่วยงานราชการทั่วไป จึงนิยมไปจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาเป็นที่ปรึกษา หรือมาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้ เพราะเชื่อว่าหน่วยงานภายนอกเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว

แต่ในความเป็นจริง การจัดทำยุทธศาสตร์ให้ได้ดี น่าจะเป็นบุคลากรภายในสำนักงานเอง เพราะเป็นผู้รู้ความต้องการของคนในองค์กร รู้ประวัติศาสตร์ รู้กระบวนงานในองค์กร รู้ปัญหา อุปสรรคในองค์กรได้ดีกว่าคนภายนอก...แต่คนในองค์กรมักจะไม่ให้การยอมรับ...จำเป็นต้องไปจัดจ้างคนภายนอกดีกว่า

มีปัญหาว่า การจัดทำวิสัยทัศน์ให้ดี ต้องมีลักษณะอย่างไร ...จากเอกสารสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้แนะนำว่า วิสัยทัศน์ที่ดี ต้องมีลักษณะดังนี้

๑. มีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้

๒. เป็นภาพบวก สะท้อนความเป็นเลิศขององค์กร

๓. สร้างศรัทธาให้ทุกคน มุ่งมั่น ไขว่คว้า

๔. ต้องท้าทายความรู้ ความสามารถทั้งผู้นำและสมาชิกทุกคนในองค์กร

๕. คำนึงถึงผู้มารับบริการเป็นสำคัญ (Customer Oriented)

๖. มีความสอดคล้องกับแนวโน้มในอนาคต

ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ จึงต้องคำนึงถึงการจัดทำวิสัยทัศน์ก่อนเป็นสำคัญ ปัญหาที่ประสบมาตลอดของทุกหน่วยงาน กล่าวคือ บุคลากรในองค์กรไม่รู้ว่า องค์กรของตนเอง มีวิสัยทัศน์ว่าอย่างไร มีความหมายอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะทำให้วิสัยทัศน์บรรลุได้

จึงเป็นปัญหาของหน่วยงานที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์ ในการที่จะสื่อสารให้ทุกคนในองค์กร ได้มีความเข้าใจตรงกัน นอกเหนือจากความเข้าใจแล้ว การที่จะทำให้คนในองค์กรเกิดความมุ่งมั่น ความศรัทธาในวิสัยทัศน์ จึงเป็นปัญหาอัสำคัญ

การจัดทำแผนยุทธศาตร์ ทำได้ง่าย และการที่จะเดินตามแผนที่ทำไว้ เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามแผนเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก...สำหรับผู้ปฏิบัติครับ!!!!

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ของชีวิต : (๑๕) หัวหน้าฝ่ายจบเนติบัณฑิต

หน่วยงานที่อยู่ในกระวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยของศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือกระทรวงยุติธรรม  หัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้ากลุ่มงาน ควรจะต้องจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ จึงจะได้รับความเชื่อถือและมีความเหมาะสม



ผู้เขียนเข้ารับราชการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๓ ผ่านหัวหน้างานมาหลายท่าน และหลายสำนักงาน ก็ยังไม่ปรากฎว่ามีหัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานคนใดจบปริญญาตรีด้านกฎหมาย จะมีก็เพียงจบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และไต่เต้าขึ้นมาจนได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย

มาระยะหลัง ๆ สำนักงานฯมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการไปศึกษาต่อ เพราะปรากฎว่ามีสถิติข้าราชการที่จบระดับปริญญามีจำนวนน้อยมาก สถิติส่วนมากจะจบการศึกาษาต่ำกว่าปริญญาตรี

ต่อมาปรากฎว่าข้าราชการจึงได้ไปเรียนกันภาควันเสาร์ - อาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏประจำจังหวัดกัน ผู้ที่จะเป็นหัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย ก็จะจบปริญญามาด้านสายการจัดการทั่วไปเสียส่วนมาก ก็ยังไม่มีใครที่จบปริญญาตรีด้านกฎหมายแต่อย่างใด

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓ ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าสอบคัดเลือกเพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ ระดับ ๕ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปของสำนักงานอัยการจังหวัดฯว่างจำนวนหลายอัตรา คนที่สอบคัดเลือกได้จะต้องรับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าธุรการในต่างจังหวัด ที่มีตำแหน่งอัตราว่างดังกล่าว

ผลการสอบคัดเลือกว่า ผู้เขียนสอบคัดเลือกได้ลำดับที่ ๑ และได้เสนอความต้องการขอไปดำรงตำแหน่งที่สำนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงสุพรรณบุรี สำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานอัยการจังหวัดน่าน และอีกหลายแห่งที่มีตำแหน่งว่าง

ปรากฎว่า ผู้บริหารได้คัดเลือกและมีคำสั่งแต่ตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ ๕ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ และได้เดินทางไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว

จากการตรวจสอบปรากฎว่าหัวหน้าฝ่ายของสำนักงานอัยการจังหวัด ไม่มีสำนักงานใดที่หัวหน้าฝ่าย จบปริญญาด้านกฎหมาย และจบเนติบัณฑืตไทย มีเพียงสำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ แห่งเดียว เท่านั่น

จึงถือว่า เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารงานธุรการ คนแรกของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่จบปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต และจบเนติบัณฑืตไทย (นบท.)

การได้รับแต่งตั้งครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต ในการเป็นข้าราชการในครั้งนี้  และเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารงานธุรการคนแรกที่จบเนติบัณฑืตไทย (นบท.) ครับ !!!!

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ของชีวิต :(๑๔) หลักสูตรนักบริหารระดับสูง

การเข้าทำงานราชการ เป็นอาชีพหนึ่ง ที่คนทั่วไปใฝ่ฝันอยากเป็น อาจจะเป็นเพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ มีสวัสดิการดี เป็นอาชีพที่มั่นคง และเหตุผลอื่น ๆ

ในความเป็นข้าราชการเอง ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนอยู่ในอาชีพดังกล่าวต้องการ ไม่ว่าเป้นเงินเดือน การเลื่อนขั้น การเลื่อนตำแหน่ง และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้บริหาร

การพัฒนาตนเอง ก็เป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่คนอยู่ในอาชีพราชการต้องการให้หน่วยงานได้ให้ความสำคัญ เพราะการที่องค์กรจะมีความก้าวหน้า มีการพัฒนา เป็นองค์กรที่ทันสมัย คนจะมีส่วนสำคัญในการที่จะผลักดันให้องค์กรก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างดี มีคุณภาพ




คนที่จะเก่ง จะดี มีคุณภาพ ก็ขึ้นอยู่กับการอบรม การพัฒนาขององค์กรว่ามีระบบการนพัฒนาบุคลากรได้ดี มีมาตรฐานหรือไม่

บุคคลที่จะเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งแต่ละตำแหน่ง มีการเตรียมคน เตรียมองค์ความรู้ เตรียมอาวุธให้กับคนที่จะไปปฏิบัติงานในแต่ละตำแหน่ง แตละสายงานอย่างไรบ้าง

การเป็นผู้บริหารก็เช่นเดียวกัน การที่ข้าราชการแต่ละกรม แต่ละกระทรวง ที่จะได้รับแต่งตั้งให้ขึ้นสู่ผู้บริหาร ได้แก่ผู้บริหารระดับต้น และผู้บริหารระดับสูง จึงได้กำหนดคุณสมบัติประการหนึ่งไว้ว่า จะต้องมีการผ่านการอบรมหลักสูตร นักบริหารระดับสูงจากสำนักงาน กพ.ด้วย ถึงจะมีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น และผู้บริหารระดับสูงได้แก่ตำแหน่ง รองอธิบดี และตำแหน่ง
อธิบดี  ดังกล่าว

หลักสูตรดังกล่าวจึงเป็นท่ี่ใฝ่ฝันของข้าราชการพลเรือนในแต่ละกรม และกระทรวงต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เพราะแต่ละกรม และกระทรวง จะมีการคัดเลือกบุคคลากรเข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวอย่างเข้มข้น เอาจริงเอาจัง เพราะถือว่าเป็นบันไดขั้นแรกในการที่จะได้ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งผุ้บริหารดังกล่าว

จึงถือว่าเป็นความอัศจรรย์ของชีวิตเช่นเดียวกัน เพราะในปีที่ขอเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรดังกล่าว ปรากฎว่าไม่มีคู่แข่ง และไดรับคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.๑) รุ่นที่ ๘๑ ของสำนักงาน กพ.เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๗

ในอดีตที่ผ่านมา ก็ปรากฎว่าผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้มา ก็จะได้รับการคัดเลือกผู้บริหารระดับต้น(ผอ.ใหญ่)ของข้าราชการธุรการทุกคนตลอดมา

พอเข้ามาในช่วงหลังปี พ.ศ.๒๕๕๘ ก็ปรากฎว่า มีผู้เข้าสมัครคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนี้ เป็นจำนวนมาก แต่สำนักงานฯก็ได้รับโค้วต้า จำนวน ๑ คน เท่านั่น

จึงเป็นโชคคดีของชีวิต และเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่ชีวิตได้รับมาในครั้งนี้ครับ !!!








                                                      แต่งกายชุดประจำชาติของเอเชีย


วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562

กรอบความคิด...ของคน

สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยิน อาจจะไม่เป็นดั่งที่เราเห็นและได้ยินมาก็ได้

บางอย่างเราดูแล้วว่าไม่ดี แต่หากดูลึก ๆ แล้ว สิ่งนั่นกลับกลายเป็นดี



การทำความดี ทำไปแล้วมีแต่คนว่า คนบ่น อาจจะทำให้ความคิดเราเขวไป กลายเป็นความไม่ดีไปก็มี ความดีบางอย่างต้องใช้เวลาในการพิสูจน์

" ลูกหล่า !  น้องคนข้างบ้าน เขาไม่ได้เรียนหนังสือสูงเลยน่ะ  แต่เขามีรายได้เดือนละหลายหมื่่น " คุณพ่อพูดกับลูกสาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา

ลูกสาวของพ่อคนนี้ ได้ศึกษามาจนจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ พอมาเข้าทำงานที่บริษัทเอกชน ได้เงินเดือน ๆ ละ ๒ หมื่นกว่าบาท มีรายจ่ายมากมายที่อยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้มีเงินส่งพ่อและแม่เดือนละไม่มาก

คงจะเป็นสาเหตุทำให้คุณพ่อพูดขึ้นมา เพื่อตัดพ้ออะไรสักอย่าง

"เขาทำงานอะไรละพ่อ ทำไมได้รับเงินเดือนมากจัง " ลูกสาวสอบถามพ่อด้วยความสงสัย

"น้องคนนี้ เขาเป็นเจ้ามือหวยเถื่อน เดือนนี้ ทำยอดได้เกินทะลุเป้า มีการเลี้ยงฉลองให้กับเพื่อนบ้าน " พ่อตอบด้วยความยิ้มแย้ม แจ่มใส

ลูกสาวทำหน้างง !!! ที่พ่อพูดมาหมายความว่าอย่างไร อยากให้ลูกสาวไปทำงานเหมือนเพื่อนบ้านเช่นนั่นหรือ

ตามชนบทเรา ที่ไม่นิยมและส่งเสริมให้ลูก ๆ เข้ามาเรียนหนังสือในเมือง หรือเรียนต่อในระดับสูง ๆ ก็เพราะมีความเห็นเช่นนี้เอง

อยากได้เงินมาแบบง่าย ๆ อยากรวยทางลัดประมาณนั่น จึงส่งผลให้วัยรุนตามชนบทไม่นิยมเรียนต่อกัน พอจบมัธยมปลายก็จะหันเหชีวิตไปเป็นสาวโรงงานกันเสียส่วนมาก

"ลูกหล่า!!! ไม่ต้องไปเรียนให้สูง ๆ หรอก พ่อมีนา มีไร่ ให้ทำกินตั้งเยอะแยะ อยู่บ้านเราก็พออยู่ พอกินแล้ว ไปเรียนสูงทำไม " บางครั้งคุณพ่อก็พูดกับลูกสาวด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้ลูกเดินทางเข้าเรียนในเมือง ไปอยู่ด้วยความลำบาก

คุณพ่อที่พูดกับลูกสาวก็เพื่อความหวังดี มิได้คิดให้ไกล เพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ทำให้คุณพ่อได้เห็น ได้ยิน ได้รู้ ตามที่เห็นจนชินชาในชีวิตประจำวัน

สภาพแวดล้อมทำให้กรอบความคิดของคุณพ่อท่านก็คิดได้ตามที่ท่านเห็น ได้ฟังมานั่นเอง !!!

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ไปกราบหลวงพ่อโต

๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เป็นวันครบรอบวันเกิดของลูกสาวคนโต(น้องเมล์) คุณแม่ได้แนะนำให้ไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร




จึงได้ให้เจ้าภาพวันเกิดเป็นคนกำหนดวัดเอง โดยลูกสาวอยากไปทำบุญที่วัดอินทราราม และลูกคนกลางอยากไปทำบุญที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ส่วนคนเล็กอยากไปทำบุญที่วัดประยูรวงศาวาส ซึ่งดูแล้วการเดินทางก็จะมีปัญหา เพราะบางวัดอยู่คนละทิศ

คุณแม่เลยจัดการเอง โดยตัดสินใจให้ไปทำบุญที่วัดอินทราราม วัดเอี่ยมวรนิช วัดบวรนิเวศวิหาร และศาลเจ้าพ่อเสือ เสร็จแล้วไปทำบุญที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และยังกำชับลูกอีกว่า...ต้องออกแต่เช้าหน่อย สายมาแดดจะร้อนมาก...

เช้าของวันเสาร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ลูกสาวตื่นแต่เช้าออกเดินทางโดยรถเมล์ประจำทางสาย ๔๙ ไปลงหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วเดินเข้าตามซอยเล็ก ๆ ไปยังวิหารพระยืน วัดอินทราราม คุณแม่พาลูกสาวไปไหว้พระ ปืดทองพระยืน และตักบาตร ๑๐๘ ตามลำดับ



ข้าง ๆ กับพระพุทธรูปพระยืน มีวิหารของหลวงพ่อโต มีหุ่นปั้นรูปสมเด็จพระพุทฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระรูปของหลวงปู่เทพโลกอุดร หลวงพ่อเงิน ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้นำครอบครัวเข้าไปกราบสักการะในวิหารดังกล่าว

ส่วนคุณพ่อได้ไปดูแลพระเครื่องที่ตู้ของวัด ปรากฎว่ามีวัตถุมงคลให้บูชาจำนวนมาก ซึ่งเป็นรุ่นเพิ่งจะทำพิธีปลุกเสกมาไม่นาน สนใจ แต่ยังไม่ได้ตัดสินที่จะบูชา

หลังจากตักบาตร ๑๐๘ แล้ว ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์พระเครื่องบูชาด้านล่างพระอุโบสถของวัด มีพระพุทธรูปที่สำคัญ และพระเครื่องทุกรุ่นที่ทำพิธีปลุกที่วัดอินทราราม มีทุกรุ่น เสียดายมีเวลาน้อย จึงไม่ได้ดูและพิจารณาได้ละเอียด นอกจากนี้ยังห้ามถ่ายภาพอีกด้วย

ต่อจากนั้น ได้กราบพระรูปของสมเด็จโต ที่วิหารอ้างน้ำพุทธมนต์ เข้าไปปรากฎว่ามี่ผู้เข้าไปปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิจำนวนหลายท่าน บรรยากาศน่าเข้ามานั่งมาก เย็นสบาย เงียบสงบ ไร้เสียงรบกวน ยกเว้นจะมีเสียงสวดคาถาชินบัญชร เปิดอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ท่านที่ประสงค์จะสวดสามารถนั่งสวดไปพร้อมกับเสียงสวดมนต์ดังกล่าว

ด้านทิศใต้มีการปรับปรุงพัฒนามากขึ้น มีอุทยานเจ้าแม่กวนอิน พระพิฆเนศ และสิ่งศักดิ์อื่น ๆ สำหรับชาวจีนที่จะมาเข้าร่วมทำบุญกับทางวัด

เสร็จแล้วได้พากันเดินด้วยเท้าไปทำบุญต่อที่วัดเอี่ยมวรนุช เป็นวัดถัดไป











วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ของชีวิต : (๑๓) การชี้แจงงบประมาณ

การของบประมาณของแต่ละสำนักงานในปีงบประมาณแต่ละปี ก่อนที่จะมีการนำเสนอขออนุมัติรัฐสภา จะมีกระบวนการและขั้นตอนหลายขั้นตอน

นับตั้งแต่ส่วนราชการ มีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานในสังกัด จัดทำแผน/งานโครงการล่วงหน้า เพื่อของบประมาณในปีถัดไป โดยให้ทำแผนงาน/โครงการตามแผนยุทธศาสตร์ ๔ ปีของแต่ละหน่วยงาน

เมื่อแต่ละหน่วยงานภายในสังกัดส่งแผนงาน/โครงการมายังหน่วยแผนของแต่ละสำนักงานฯแล้ว ก็จะมีการมาวิเคราะห์ รวบรวมจัดทำแผนของบประมาณประจำปี ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อจัดสรรงบประมาณ และขออนุมัติคณะรัฐมนตรี และเสนอรัฐสภาต่อไป

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นที่มาแห่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ จะต้องกระทาเป็น 3 วาระ

ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ ในวาระที่หนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาและลงมติว่า จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรมีมติในวาระที่หนึ่ง ไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนั้น จะเป็นอันตกไป แต่ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติในวาระที่หนึ่งรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจปีงบประมาณ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ในลาดับต่อไป


เมื่อคณะรัฐมนตรีเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อสภารับพิจารณาวาระที่ ๑ รับหลักการแล้ว ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาในรายละเอียดของการของบประมาณประจำปีขอแต่ละหน่วยงาน ก่อนที่จะนำเสนอในวาระที่ ๓

ในวาระที่ ๒ ชั้นของคณะกรรมาธิการ จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการของบประมาณรายจ่ายประจำปี ไปชี้แจงในรายะเอียดต่าง ๆ โดยจะมีผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อชี้แจงในรายละเอียดที่ทำของบประมาณ

โดยก่อนที่จะมีการเข้าไปชี้แจง หน่วยงานที่รับผิดชอบจะให้เตรียมเอกสาร ข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า และประเด็นที่คณะกรรมาธิการจะสอบถาม ผลงานที่ผ่านมามีเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของปีที่ผ่านมา หากใช้งบประมาณไม่ได้ หรือใช้ไม่หมด อาจจะมีผลกระทบต่อการของบประมาณใหม่

ในการเข้าไปชี้แจงครั้งนี้ จะเป็นงบประมาณเกี่ยวกับโครงการพัฒนาสารสนเทศของหน่วยงาน ซึ่งโครงการดังกล่าว มีการของบประมาณเกินกว่า ๑๐๐ ล้านบาท และตามขั้นตอนจะต้องผ่านขั้นตอนไปชี้แจงต่อคณะกรรมการงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และขั้นตอนดังกล่าวได้มีการเข้าไปชี้แจงมาล่วงหน้าแล้ว

การไปชี้แจงที่กระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี่ฯ ได้มีรองที่รับผิดชอบเป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยอาจารย์ที่ปรึกษาด้านระบบสารสนเทศจากมหาวิทยาเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (บางมด)มาช่วยชี้่แจงในรายละเอียด ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี

การไปชี้แจงงบประมาณดังกล่าว จะต้องเข้าไปชี้แจงที่อาคารรัฐสภา โดยมีห้องประชุมของคณะกรรมาธิการ หน้าห้องประชุมก็จะมีหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง นั่งเข้าคิวรอ เพื่อเชิญเข้าไปชี้แจงตามลำดับ ซึ่งเราจะต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อน หากมีกรณีที่หน่วยงานที่อยู่ลำดับก่อนเรา มีความไม่พร้อม ก็จะเลื่อนขึ้นมาให้เราเข้าไปชี้แจงก่อน

ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ ก็เป็นชุดเดิมที่เคยไปชี้แจงที่กระทรวงฯมาก่อน ปรากฎว่าบรรยากาศในการชี้แจงเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากเป็นการชี้แจงในรายละเอียดของระบบเทคโนโลยีฯ โดยตัวแทนของคณะกรรมาธิการ มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้มาสอบถาม และถ้าเรามีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนพระจอมเกล้า(บางมด) เป็นคนชี้แจง แต่ฟังดูแล้ว มองคนละมุมกัน ซึ่งเป็นเรื่องทางวิชาการ

หลังจากมีการชี้แจงอย่างยึดยาว สรุปแล้ว ทางคณะกรรมาธิการ ขอตัดงบประมาณร้อยละ ๑๐ เท่านั่น จึงทำให้การชี้แจงงบประมาณในครั้งนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการไป

นี่ก็เป็นความอัศจรรย์ของชีวิตเช่นกัน เพราะไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่า จะมีโอกาสได้เข้าไปชี้แจงงบประมาณในรัฐสภา ต่อหน้าคณะกรรมาธิการ ดังกล่าว ครับ !!!

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ของชีวิต : (๑๒) จัดรายการวิทยุ

รายการวิทยุถือว่าเป็นเครื่องสื่อสารอย่างหนึ่งในสมัยเดิม ทุกบ้านหลังคาเรือนจะฟังวิทยุกันส่วนใหญ่ สมัยนั้น โทรทัศน์ มือถือยังไม่มี ไม่มีไลน์ให้เล่น ไม่มีทีวีให้ดู และมีทรานสิสเตอร์เป็นเพื่อนเท่านั่น

ตามบ้านจะได้ยินเสียงวิทยุ มีรายการสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นละคร รายการเพลงลูกทุ่ง รายการหมอลำ และมีรายการกฎหมายชาวบ้าน เป็นต้น

แต่ก่อนผู้เขียนยังจำว่า... แต่ละวันหลังข่าวภาคค่ำ (ข่าวทุ่มครึ่ง) ก็จะมีรายการหมอลำเรื่องต่อกลอน ชาวบ้านรับฟังจากสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดขอนแก่น จะมีหมอลำคณะดัง ๆ ไม่ว่า จะเป็นคณะเพชรอุบล คณะประถมบันเทิงศิลป์  และ.ระเบียบวาทะศิลป์ เป็นต้น จะเป็นที่ชื่นชอบของชวบ้านแถวอีสาน

หมอลำเรื่องต่อกลอน เรื่อง ลีลาวดี จะเป็นดังฮิตติดอันดับ ชาวบ้านฟังแล้วชื่นชอบกันมาก พอถึงเวลา จะได้ยินเสียงฟังหมอลำกันทุกบ้าน เสียดายปัจจุบัน บรรยากาศดังกล่าวไม่มีให้เห็นอีกแล้ว กลายเป็นเสียงเพลงเกาหลีไป เสียดาย!!

สมัยเด็ก ๆ ผู้เขียน ก็เคยใฝ่ฝันอยากออกรายการวิทยุกับเช่นกัน มีนักจัดรายการหลายคนที่ชื่นชม อยากรู้ว่าเขาไปออกรายการวิทยุกันอย่างไร ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง อยากเป็นนักจัดรายการกับเขามั่ง..ฝันไกล

ในช่วงอยู่ต่างจังหวัด ผู้เขียนจะติดรายการวิทยุเป็นประจำ ใช้สำรับฟังข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ รายการเพลงดัง รายการฟังธรรมะ โดยเฉพาะแหล่เสียงอีสาน

ไม่นึกไม่ฝันเช่นกันว่า..ตนเองจะได้มีโอกาสไปจัดรายการวิทยุดั่งที่เคยฝันไว้ 

มีอยู่ปีหนึ่ง ได้มีโอกาสรับผิดชอบโครงการเผยแพร่กฎหมายแก่ประชาชน ได้ทำโครงการออกเผยแพร่กฎหมายตามหมู่บ้านต่าง ๆ นอกจากนั้นยังได้ทำโครงการของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้รับงบประมาณจัดสรรมาจำนวนหนึ่ง ในการออกไปเผยแพร่ และจัดอบรมตามโครงการดังกล่าว

โครงการนี้ นอกจากจะมีกิจกรรมออกเผยแพร่กฎหมายตามหมู่บ้านเป้าหมายแล้ว ยังมีกิจกรรมจัดฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เข้ารับการอบรมได้ ผู้ใหญ่บ้าน และกรรมการหมู่บ้านของอำเภอเป้าหมายและ มีโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

นอกจากจะมีโครงการออกเผยแพร่กฎหมายตามหมู่บ้านแล้ว ยังได้จัดทำโครงการเผยแพร่กฎหมายทางสถานีวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่นอีกด้วย และได้มีหนังสือขอเวลาจากสถานีวิทยุกองทัพภาค ๒ ภาคเอฟเอม ๙๕ เมกกะเฮิทด์ เพื่อจัดรายการ "กฎหมายชาวบ้าน " ออกอากาศทางสถานีวิทยุดังกล่าว

ทางสถานีวิทยุดังกล่าวอนุญาตให้ออกรายการในช่วงเย็นเวลาประมาณ ๑๘.๓๐ - ๑๙.๐๐ น. เป็นรายการ "กฎหมายชาวบ้าน " และทางสถานีฯกำหนดให้ส่งสคลิปเนื้อหาที่จะเผยแพร่ในแต่ละครั้งไปให้ทางสถานีวิทยุพิจารณาก่อน ถึงจะออกรายการได้ในแต่ละครั้ง

ผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชบอในการจัดทำสคลิปรายการทุกครั้งก่อนที่จะออกรายการ ช่วงแรก ๆ ก็มีพนักงานอัยการไปออกรายการครั้งละ ๑ - ๒ ท่าน หมุนเวียนเปลี่ยนกันไป  ซึ่งจะมีคำสั่งแต่งตั้งไปออกรายการในแต่ละครั้ง

ในช่วงหลัง ๆ ปรากฎว่า ติดธุระไม่สามารถจะไปออกรายการได้ ผู้เขียนจึงได้เป็นผู้ไปจัดการายเองตลอดมา เพราะแต่ละครั้งจะไปออกรายการ ได้จัดทำสคลิปขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชา และเสนอให้ทางสถานีวิทยุได้พิจารณาอนุญาตก่อนทุกครั้ง

ในการไปจัดรายการ ทางเจ้าหน้าที่จะแนะนำกฎ กติกา ให้ทราบ การใช้เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งเป็นห้องอัดเสียงโดยเฉพาะ และก็จะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมรายการอยู่ด้านนอก ซึ่งสามารถมองเห็นและสามารถส่งสัญญาณกันได้ ในกรณีมีเหตุขัดข้อง การออกรายการเราจะพูดตามสคลิปที่เขียนมา มีบางครั้งอาจจะต้องมีการอธิบายเพิ่มเติมในบางประเด็น หลังจากนั้น ก็จะมีการเปืดเพลงคั้นรายการจำนวน ๑ เพลง และก็จะบรรยายต่อไปจนครบ ๓๐ นาทีตามเวลาที่กำหนด หากเราพูดเกินเวลา ทางเจ้าหน้าที่ก็จะตัดเข้ารายการข่าวประจำวัน ดังนั้น เราจะต้องพูดให้ทันเวลาตามที่เขากำหนด

ผู้เขียนจัดรายการไปสักระยะหนึ่ง มีชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถามว่า...เสียงท่านใช่มัยที่จัดรายการดังกล่่าว มีคนฟังกันมากครับ รายการดังกล่าวมีประโยชน์มากน่ะ เป็นต้น

หลังจากที่โยกย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้เขียนก็มีโอกาสไปออกรายการวิทยุที่สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ เช่นกัน

จึงเป็นเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของผู้เขียน ที่เคยใฝ่ฝันจั้งแต่เด็กมา ไม่เคยคิดเลยว่าความฝันดั่งกลาวกลับกลายมาเป็นความจริงดั่งที่ฝันไว้

นี่จึงเป็นเรื่องอัศจรรย์ของชีวิตอีกเหตุการณ์หนึ่งครับ!!!