ทุกอย่างบนทางของชีวิต หากดูไปในอดีตที่ผ่านมา เหมือนกับว่ามีการลิขิตชีวิตให้เดินไปตามเส้นทางดังกล่าว อย่างไม่ด้ตคาดคิดมาก่อน
ถ่ายรูปร่วมกับพระนวกะบริเวณศูนย์อำนวยการฯ
บางครั้ง เมื่อได้ไปในที่ ๆ เราเคยไปมา เหมือนกับว่า ที่แห่งนี้เหมือนกับว่าเป็นสถานที่ที่เราเคยอยู่มาแล้วในอดีต ทำให้เราเกิดความอบอุ่น ความคุ้นเคยในสถานที่ดังกล่าว
เมื่อปีพ.ศ.๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ในช่วงที่มีการบำเพ็ญกุศลเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวารที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ สวรรคต นอกจากจะได้รับมอบหมายในการจัดทำโครงการอุปสมบทหมู่เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวเนื่องกัน
กิจกรรมหนึ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ไปร่วมในครั้งนี้ กล่าวคือทางวัดได้มีกำหนดการนำพระนวกะ เพื่อไปประกอบพิธีเจริญจิตภาวนาเพื่อปลงธรรมสังเวช ณ พระบรมมหาราชวัง มีกำหนดการในวันดังกล่าว ดังนี้
วันอังคารที่
๒๔ มกราคม ๒๕๖๐
เวลา ๐๕.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา
ตื่นจากการจำวัตร ทำภารกิจส่วนตัว
เวลา ๐๖.๐๐-๐๗.๐๐ นาฬิกา เมื่อท้องฟ้าสว่าง
สามารถมองเห็นลายมือได้ พระนวกทั้งสิบเอ็ดรูปร่วมกันออกเดินบิณฑบาต
โดยมีพระพี่เลี้ยง คือ ท่านพระมงคลสุตาคม พระมหานิคม นิสโภ พระครูสังฆรักษ์
พระครูใบฎีกานิธิศ เป็นผู้นำ โดยเป็นการออกเดินบิณฑบาตไปรับบาตรที่สำนักงานอัยการสูงสุด
อาคารหลักเมือง โดยข้าราชการอัยการทั้งพนักงานอัยการ ข้าราชการธุรการ
พนักงานราชการ และลูกจ้างร่วมกันตั้งโต๊ะเพื่อใส่บาตรพระนวก
เวลา ๐๗.๓๐-๐๘.๑๕ นาฬิกา เมื่อออกเดินบิณฑบาตเสร็จกลับมา
พระนวกจะมารวมกันที่ศาลาการเปรียญ บริเวณหอฉัน ฯ เพื่อนำของที่บิณฑบาตออกจากบาตร
ใส่ในถาดเพื่อจัดอาหารสำหรับฉันร่วมกัน โดยมีท่านเจ้าคุณ......... พระครูสังฆรักษ์ ........ร่วมฉันด้วย
เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๓๐ นาฬิกา
พระนวกทุกรูปลงพระอุโบสถเพื่อทำวัตรเช้า ร่วมกับพระผู้ใหญ่ หลังจากนั้นพระผู้ใหญ่ (ไม่แน่ใจว่าพระอุปัชฌาย์หรือไม่) ให้โอวาทกับพระนวก
เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา พระนวกทุกรูปร่วมกันฉันภัตตาหารเพล
ที่ศาลาการเปรียญ บริเวณหอฉัน ฯ
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ นาฬิกา พระนวกทุกรูปร่วมกันเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ซึ่งเป็นที่สถิตพระบรมโกฏิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ฯ
เพื่อปลงธรรมสังเวชหน้าพระบรมโกฏิและเจริญจิตรภาวนาถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน
เวลา ๑๖.๐๐ -๑๗.๐๐ น.
พระนวกร่วมกันเดินทางไปปฏิบัติธรรมทานปล่อยปลาที่แม่ค้านำมาขายในตลาด เพื่อช่วยชีวิตปลาเหล่านั้นไม่ต้องถูกขายไปทำเป็นอาหาร
นำมาปล่อยที่บริเวณท่าน้ำของวัดเทวราชกุญชร
หลังจากปล่อยปลาเสร็จได้เข้าเยี่ยมชมภายในอุโบสถของวัด
เวลา
๑๙.๐๐-๒๑.๐๐ นาฬิกา
พระนวกทุกรูปร่วมสวดมนต์กับอุบาสกอุบาสิกาที่บริเวณภายในพระวิหารหลวง
เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา พระนวกแยกย้ายตามกุฏิเพื่อปฏิบัติภารกิจส่วนตัวและจำวัด
ในการนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่นำพาพระนวกะไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพิธีเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวชต่อหน้าพระบรมศพ โดยมีรถตู้จำนวน ๒ คัน นำพระนวกะออกจากวัด เพื่อเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง โดยพระพี่เลี้ยงจำนวน ๒ รูปเป็นหัวหน้าคณะ และได้ติดตามไปด้วยในครั้งนี้
รถยนต์ได้นำพระนวกะไปส่งที่ศูนย์อำนวยความสะดวกท่าราชวรดิตฐ์ หลังจากนั้นต้องไปลงทะเบียน รับบัตรคิว ซึ่งในวันนี้มีพระสงฆ์มาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมประกอบพิธีจำนวนมาก
ในการเข้าปลงธรรมสังเวช สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้วางหลักเกณฑ์สำหรับพระภิกษูที่จะเข้าไปพิจารณาปลงธรรมสังเวช ไว้ว่า..
ที่ประชุม มส. ยังได้มอบหมายให้ พศ. ออกแนวปฏิบัติสำหรับพระภิกษุ สามเณร ที่จะเดินทางมาประกอบพิธีเจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช พระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บริเวณศูนย์อำนวยความสะดวกท่าราชวรดิษฐ์ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวสามารถรองรับพระภิกษุสามเณร บรรพชิตในนิกายอื่น ยกเว้นแม่ชี ได้วันละ 60 รูป แบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกเวลา 09.30 น. รอบที่ 2 เวลา 12.30 น. โดยจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของสำนักพระราชวัง ดังนี้
1. ให้ลงทะเบียนที่ศูนย์ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ซึ่งต้องระบุชื่อ และวัดที่สังกัด
2. ไม่อนุญาตให้มีฆราวาสติดตาม
3. ปิดโทรศัพท์มือถือ งดถือกล้องถ่ายรูป งดการถือย่าม
4. เรียงแถวตามลำดับเพื่อเข้าสู่พระบรมมหาราชวังผ่านประตูวิมานเทเวศร์ โดยพระภิกษุต้องสำรวม และไม่พูดคุยกัน 5. เมื่อถึงเบื้องหน้าพระบรมโกศให้ยืนแถวแสดงความอาลัย ด้วยการเจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช
6. เสร็จแล้วจะมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังถวายสิ่งของที่ระลึก และนำออกจากพระที่นั่ง ซึ่งแนวทางดังกล่าวเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติและให้เกิดความงดงามตามสมณจริยาวัตรแห่งคณะสงฆ์...
พระสงฆ์เดินเข้าไปยังพระมหาราชวัง
หลังจากได้รับบัตรคิวแล้ว จะต้องนั่งรอโดยจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพุทธศาสนา เป็นผู้นำเข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง ซึ่งผู้เขียนได้ร่วมเดินเข้าไปด้วย แต่ไม่สามารถเข้าไปในบริเวณพิธีได้
การได้รับมอบหมายในครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นความภูมิใจและเป็นวาสนาของตนเองเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้ร่วมกับพระนวกะเข้าประกอบพิธีเจริญจิตภาวนาเพื่อปลงธรรมสังเวชต่อหน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในครั้งนี้
นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ของชีวิต ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ที่จะได้มีโอกาสเช่นนี้ในช่วงชีวิตของตนเอง